สัปดาห์ที่ผ่านมา (3–7 มี.ค.) ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.06 USDต่อออนซ์ (+1.06%) มีความเคลื่อนไหวระหว่าง 1,325–1,355 USDต่อออนซ์ โดยแกว่งตัวในกรอบดังกล่าวตลอดทั้งสัปดาห์ต่อเนื่องจนถึงวันนี้ เนื่องจากมีความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองในยูเครนอาจก่อให้เกิดภาวะสงครามระหว่างประเทศได้ โดยมีสหรัฐฯ, ชาติพันธมิตรตะวันตก และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ(NATO) อยู่ข้างชาวยูเครนที่ต้องการให้ประเทศเข้าร่วมกับสหภาพยุโรป(EU) กับ รัสเซียที่หนุนข้างประชาชนที่ยังคงต้องการใกล้ชิดกับอดีตสหภาพโซเวียต ซึ่งจากการที่รัสเซียเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติและน้ำมันที่สำคัญให้กับหลายประเทศในยุโรปผ่านทางยูเครน ทำให้รัสเซียเป็นหนึ่งในผู้กุมยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของ EU ดังนั้น เมื่อรัสเซียยกทัพเข้ารักษาผลประโยชน์ในแคว้นไครเมีย ซึ่งเป็นเขตแดนของยูแครน และสหรัฐฯตอบโต้ด้วยการระงับวีซ่าให้กับชาวรัสเซียและยูเครนที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนไปเข้ากับรัสเซีย ก็ทำให้ตลาดน้ำมันโลกเกิดความปั่นป่วนจากความวิตกว่ายุโรปอาจจะขาดแคลนพลังงานในเวลาเพียง 1–2 เดือน และแม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันจะไม่รุนแรงเท่าที่ผ่านมา เนื่องจากประธานาธิบดีถูกถอดจากตำแหน่ง แต่ก็ยังไม่สามารถมั่นใจได้ว่ายูเครนจะเข้าสู่ความสงบ เพราะการเจรจาระหว่างมหาอำนาจตะวันตกทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงล้มเหลว ซึ่งการประชุมกลุ่ม G8 ในวันที่ 4-5 มิ.ย.ที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ จะเป็นการแสดงออกถึงระดับความตึงเครียดของวิกฤติในยูเครน โดยหากเกิดการบอยคอต ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าสถานการณ์ในยูเครนจะปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อไรและอย่างไร แต่ถ้าหากมีการเข้าร่วมการประชุม ก็ต้องติดตามว่าสหรัฐฯและรัสเซียจะสร้างเงื่อนไขใดขึ้นมาเผชิญหน้ากันอีกหรือไม่ และจะจบเรื่องยูเครนอย่างไร ดังนั้น ประเด็นดังกล่าวจึงส่งผลให้ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯหลายตัวที่ออกมาดีเกินคาดก็ไม่ได้ทำให้ราคาทองคำเสียรูปแบบการขึ้นไปแต่อย่างใด เพราะการร่วงลงเป็นการสร้างกรอบการปรับฐานระยะสั้นในแบบ sideway up เท่านั้น
SPDR Gold Trust กองทุน ETF ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (3–7 มี.ค.) ซื้อทองคำเพิ่มขึ้น 1.5 ตัน และซื้อเพิ่มอีก 7.5 ตัน ในวันจันทร์ ทำให้สถานะถือทองคำโดยรวม ณ วันที่ 10 มี.ค.อยู่ที่ 812.7 ตัน แตะระดับเดียวกับปริมาณการถือครองในช่วงเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ชี้ให้เห็นว่า มีแรงซื้อกลับเมื่อระดับทองคำในพอร์ตลดต่ำกว่า 800 ตัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการลงทุนทองคำในระยะสั้นถึงกลาง นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังประเมินว่า หากปริมาณการถือครองทองคำของ SPDR เพิ่มขึ้น และทรงตัวสูงกว่า 850 ตัน ในช่วงไตรมาส 2 ที่ราคามีโอกาสจะปรับฐาน จะเป็นการยืนยันการ bottom out ของราคา และเตรียมพร้อมจะปรับขึ้นในแนวโน้มใหญ่ต่อไป
รายงานการถือครองสถานะสัญญาล่วงหน้าทองคำในตลาด COMEX รายสัปดาห์ สิ้นสุด 4 มี.ค. มีสถานะคงค้าง(Open Interest) 393,266 สัญญา เพิ่มขึ้น 5,763 สัญญา โดยนักลงทุนกลุ่ม Non-Commercial แสดงสถานะซื้อสุทธิเพิ่มขึ้นอีก 5,702 สัญญา เป็น 115,166 สัญญา และมีปริมาณการ long สัญญาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบเป็นรายสัปดาห์ จนแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.2556 ในขณะที่ปริมาณการ short สัญญาก็ลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค.2556 เช่นกัน ส่วนนักลงทุนกลุ่ม Commercial มีสถานะขายสุทธิเพิ่มขึ้นอีก 4,486 สัญญา แตะระดับ 121,149 สัญญา สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย.2556 ซึ่งยอด short สัญญาในรอบสัปดาห์ก็สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย.2556 เช่นเดียวกัน จากข้อมูลดังกล่าวทั้งหมด บ่งชี้ว่า ทิศทางราคาทองคำน่าจะผ่านจุด bottom out ไปแล้ว แต่ยังต้องจับตาความผันผวนของยอดสุทธิการถือสถานะของนักลงทุนแต่ละกลุ่มต่อไปอีกว่าจะยังคงอยู่ในแนวโน้มเดิมอีกหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อราคาทองคำมีการปรับฐาน
ประเด็นที่ต้องติดตามในรอบสัปดาห์ ได้แก่
- 12 มี.ค. ธนาคารกลางแห่งประเทศไทย(BOT) ประกาศอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงและนโยบายการเงิน
- ความเห็นของกรรมการ FOMC แต่ละคน ในเรื่องการปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน(QE)
- วิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองในยูเครน และท่าทีของชาติมหาอำนาจตะวันตก
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่
- วันอังคาร ดัชนีความเชื่อมั่นในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก เดือน ก.พ., จำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัคร เดือน ม.ค., ยอดสต๊อกสินค้า ภาคค้าส่ง เดือน ม.ค.
- วันพุธ ยอดสต็อกน้ำมันดิบ รายสัปดาห์, ดุลการคลังของรัฐบาลกลาง เดือน ก.พ.
- วันพฤหัสบดี ยอดค้าปลีก (ไม่รวมยานพาหนะ) เดือน ก.พ., ยอดค้าปลีก เดือน ก.พ., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน รายสัปดาห์, ดัชนีราคาสินค้านำเข้า เดือน ก.พ., ยอดสต๊อกสินค้า ภาคธุรกิจ เดือน ม.ค.
- วันศุกร์ ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือน ก.พ., ดัชนีราคาผู้ผลิต (ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน) เดือน ก.พ., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือน มี.ค. โดย ม.มิชิแกน, อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (เบื้องต้น) เดือน มี.ค. โดย ม.มิชิแกน
ภาพทางเทคนิคราคาทองคำรายสัปดาห์ (11–14 มี.ค.) : ราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในส่วนบนของ channel ขาขึ้น แม้ว่าได้เผชิญแรงขายออกมาหลายครั้งตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ MACD และ RSI อ่อนแรงและส่งสัญญาณ bearish divergence เตือนเป็นครั้งที่ 4 แต่ราคายังคงปรับตัวขึ้นในลักษณะ sideway up จึงประเมินว่า ใกล้ถึงจุดที่ราคาจะเลือกทิศทางอีกครั้ง โดยให้น้ำหนักกับการทะยานขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่มากกว่าการจบขาขึ้น โดยมีแนวต้านสำคัญที่แนวโน้มขาลงหลักบริเวณ 1,375–1,380 USDต่อออนซ์ แนวต้านระยะสัปดาห์ 1,360/1,375/1,395 แนวรับระยะสัปดาห์ 1,330/1,310/1,295 คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร และขายเมื่อราคาดีดขึ้นแรง
อบรมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้นที่ 12
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,
http://www.classicgoldfutures.co.th
http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgf
https://plus.google.com/114919553661509313835/posts
http://web.stagram.com/n/classicgoldgroup/
http://classicgoldfutures.blogspot.com
Application search CLASSIC GOLD ทั้ง iPhone และ Android
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น