วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560

(เช้า) ราคาเปิด Futures วันที่ 14 มีนาคม 2560

Spot 1,204.08(+0.53) THB 35.31(+0.03) EU/TH 37.6015(+0.0177) Gold Traders 20,050(-100) GFJ17 20,250(-70) S50H17 975(+0.3)

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 14 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

[b][color=green]บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 14 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า) Today Strategy: • Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยราคาทองคำพยายามดีดกลับในช่วงเช้าเมื่อวานนี้ แต่ปัจจัยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่นักลงทุนคาดว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ทำให้ราคาทองยังโดนกดดันต่อเนื่อง และประเด็นถัดไปที่ต้องให้ความสนใจคือ การประมาณการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ว่าจะมีการปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่ หากมีอาจจะกดดันราคาทองต่อ แต่ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอาจจะช่วยหนุนราคาทองในช่วงปลายสัปดาห์ได้ Key Factors • Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 0.92 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.08% โดยปิดที่ 1,203.5 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,201.97 – 1,211.16 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,202 เหรียญ ราคาทองพยายามปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าเมื่อวานนี้ แต่ยังคงมีปัจจัยกดดันทำให้ราคาทองปรับตัวลดลงในท้ายตลาดก่อนที่จะปิดลบเล็กน้อย โดยคาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ค่อนข้างแน่นอนแล้ว ทำให้สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ หากเฟดเริ่มมีการปรับประมาณการณ์เป็น 4 ครั้งในปีนี้ ราคาทองมีโอกาสถูกกดดันได้ต่อ แต่ถ้าไม่อาจจะช่วยหนุนให้ราคาทองฟื้นตัว ในขณะที่ความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งยุโรปจะมาถึงในช่วงเดือนหน้า และในคืนนี้ติดตามดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ และระมัดระวังความผันผวนมากขึ้นในวันพรุ่งนี้ Exclusive News • ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดขยับลงเล็กน้อยในวันจันทร์ หลังจากดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 3 เดือนในระหว่างวัน ในขณะที่นักลงทุนกังวลว่า การพุ่งขึ้นของอุปทานน้ำมันดิบสหรัฐอาจจะเป็นอุปสรรคขัดขวางความพยายามของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมันและในการบรรเทาภาวะน้ำมันล้นตลาดโลก • ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐขยับลง 92 เซนต์ สู่ 1,203.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ โดยราคาทองได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพุธนี้ แต่ราคาทองก็ได้รับแรงหนุนในเวลาเดียวกันจากการเลือกตั้งในยุโรป • นักลงทุนจับตามองการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ในวันพุธนี้ โดยนักลงทุนคาดว่ามีโอกาสน้อยที่พรรคการเมืองที่ต่อต้านสหภาพยุโรป (อียู) จะชนะการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ แต่ถ้าหากพรรคดังกล่าวทำคะแนนโหวตได้สูง นักลงทุนก็จะคาดการณ์ว่า มีความเป็นไปได้ที่ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในเดือนเม.ย.และเดือนพ.ค.อาจจะออกมาในแบบที่พลิกความคาดหมาย • เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายในวันที่ 14-15 มี.ค. และจะออกแถลงการณ์ในเวลาราว 01.00 น.ของวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย และจะจัดงานแถลงข่าวในเวลา 01.30 น.ของวันพฤหัสบดีด้วย โดยนักลงทุนจะจับตาดูแถลงการณ์เฟดเพื่อดูว่า ผู้กำหนดนโยบายของเฟดปรับเปลี่ยนแนวคิดไปจากเดิมอย่างไรบ้าง Key Point Positive( + ) • ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง Negative( - ) • เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น • การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ • การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ Neutral ( * ) • การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน • การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ • ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ • การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ • Strategy : trading ในกรอบความผันผวน โดยฝั่ง short ยังได้เปรียบในภาพรวม [/color] [color=#0066FF] Smart Stock Today Strategy: ปัจจัยภายนอกยังคงกดดัน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดบริเวณ 972.90 จุด แกว่งตัวในกรอบประมาณ 5 จุด ในภาคเช้าก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดในช่วงท้ายตลาดดันสัญญาฯ ขึ้นไปปิดบวกที่ 974.70 จุด ในขณะที่ SET index ปิดตลาดลบที่ 1,535.51 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ยังคงเบาบางเพียง 35,930.85 ล้านบาท เป็นเเรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ (+239.15 ล้านบาท), นักลงทุนสถาบันภายในประเทศ (+949.21 ล้านบาท) ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยเเละบัญชีบริษัทหลักทรัพย์มีมุมมองที่ต่างออกไป ภาพรวมการเคลื่อนไหวยังคงผันผวนเหมือนกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากเงินทุนไหลออกและแรงกดดันจากสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมสัปดาห์นี้ สำหรับการซื้อขายในวันนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าตลาดยังคงขาดปัจจัยใหม่ๆ ที่เป็นปัจจัยบวกหนุนดัชนีและคาดว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวในลักษณะ sideway down มากกว่ารวมทั้งยังคงได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงรุนเเรงซึ่งอาจกระทบกลุ่มพลังงานภายในประเทศ (WTI=48.27 USD/bbl) ประกอบกับค่าเงินบาทที่ยังคงอ่อนค่าสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในส่วนประเด็นการเลือกตั้งฝั่งยุโรปเราให้น้ำหนักไม่มากเนื่องจากมีแนวโน้มที่จะกระทบในตลาดทองคำและตราสารหนี้มากกว่าแต่อย่างไรก็ตามควรติดตามประกอบการลงทุนด้วย • Strategy : ฝั่ง Short ได้เปรียบหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 977 จุด, Upside ถูกจำกัดจากประเด็นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ เป็นหลัก ปัจจัยที่ต้องติดตาม - แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ - ราคาน้ำมันดิบยังคงปรับลดรุนเเรงอาจกระทบกลุ่มพลังงานภายในประเทศ (WTI=48.27 USD/bbl) ข่าวในประเทศ กระทรวงการคลังลุยระบบ ‘ค่าปรับอิเล็กทรอนิกส์’ : รมว.คลัง เปิดเผยถึงแผนการผลักดันเนชันแนล อี-เพย์เมนต์ในระยะต่อไปว่า เตรียมจัดทำระบบค่าปรับอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนจ่ายค่าปรับทุกประเภทด้วยบัตรอิเลกทรอนิกส์ไปยังหน่วยงานได้โดยตรง ป้องกันการรั่วไหลของค่าปรับ ไม่ให้เกิดการทุจริต เหมือนจ่ายเป็นเงินสด ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการนำไปเข้ารายได้ของรัฐบาลจริงหรือไม่ - คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จับตาตลาดเงิน-หุ้นผันผวน : ผู้ว่า ธปท. เปิดเผยถึงกรณีเฟด เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระหว่างวันที่ 14-15 มี.ค.นี้ว่า ธทป.ได้มีการติดตามสถานการณ์อยู่ ซึ่งขณะนี้ตลาดเงินคาดกันว่าเฟดจะมีการขึ้นดอกเบี้ย ดังนั้นหากมีการปรับขึ้นจริงก็ไม่เป็นการสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดเพราะมีการคาดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้ว ส่วนค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าก็เป็นการปรับตัวตามกลไกของตลาด เช่นเดียวกับการไหลออกของเงินทุนต่างชาติก็เป็นเรื่องปกติไม่ได้มีความกังวล - (BJCH17Y)BJCคลอดหุ้นกู้ วงเงิน4หมื่นล้าน ทริสจัดอันดับA+ : BJC ออกหุ้นกู้ 4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 6 ชุด เสนอขายนักลงทุนทั่วไป-สถาบัน-รายใหญ่ เปิดจอง 21-23 มี.ค.นี้ ด้านบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ BJC ที่ “A+” แนวโน้ม “คงที่” อบรมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้นที่ 12 สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808, http://www.classicgoldfutures.co.th http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup http://www.youtube.com/ilovecgf http://www.twitter.com/ilovecgf https://plus.google.com/114919553661509313835/posts http://web.stagram.com/n/classicgoldgroup/ http://classicgoldfutures.blogspot.com Application search CLASSIC GOLD ทั้ง iPhone และ Android [/color][/b]

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

[b][color=green]บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น) เริ่มดีดกลับแต่ยังมีปัจจัยกดดัน ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,204.93 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,203.17 – 1,211.16 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองดีดกลับในท้ายตลาดในช่วงคืนวันศุกร์หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรออกมาแย่กว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ ถึงแม้จะออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก็ตาม รวมทั้งค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงออกมาแย่กว่าคาดการณ์ ทำให้ราคาทองได้รับแรงหนุนในการดีดกลับสั้นๆ จนถึงบ่ายวันนี้ แต่ภาพรวมสัปดาห์นี้ยังต้องติดตามการประชุมของเฟดเป็นหลักเนื่องจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกดดันราคาทองคำต่อได้ รวมทั้งการขายของกองทุน SPDR ในปลายสัปดาห์ก่อนที่มีการขายออกมาเกือบ 10 ตัน ทำให้ฝั่ง short คาดว่ายังได้เปรียบกว่า แต่ควรระมัดระวังความผันผวนที่มีโอกาสเกิดขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์นี้ หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ - ตลาดหุ้นจีนปิดพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 สัปดาห์ในวันนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านวิจัยรายหนึ่งกล่าวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจจีนกำลังฟื้นตัว - โกลด์แมนยังคงคาดการณ์แนวโน้มเชิงบวกสำหรับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ "แม้มีความวิตกเกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ" โกลด์แมนระบุว่า "เรายังคงคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ 57.50 ดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 2 ของปีนี้ - มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศระบุในวันนี้ว่า สหรัฐจะยังคงมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ AAA ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดต่อไป ตราบใดที่สหรัฐชำระดอกเบี้ยตรงเวลา ถึงแม้เพดานการกู้ยืมเงินของรัฐบาลสหรัฐจะกลับมามีผลบังคับใช้อีกครั้งในวันพฤหัสบดีนี้ - ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่นร่วงลงอย่างพลิกความคาดหมายในอัตรา 3.2% ในเดือนม.ค.เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 5 เดือน และตัวเลขนี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจจะไม่ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน - ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะจัดการประชุมกำหนดนโยบายในวันที่ 15-16 มี.ค. และจะประกาศผลการประชุมในเวลาราว 10.30-12.30 น.ตามเวลาไทยในวันพฤหัสบดีนี้ โดยนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจ จะจัดการแถลงข่าว ณ เวลา 13.30 น.ตามเวลาไทยในวันพฤหัสบดีนี้ ประเด็นที่ต้องติดตาม: - การปราศัยของประธานธนาคารกลางยุโรป - ค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่า - การประชุมเรื่องการอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ คำแนะนำ : trading ในกรอบการรีบาวน์สั้นๆ โดยฝั่ง short รอจังหวะเมื่อปรับขึ้นแรง [/color] [color=#0066FF] อบรมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้นที่ 12 สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808, http://www.classicgoldfutures.co.th http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup http://www.youtube.com/ilovecgf http://www.twitter.com/ilovecgf https://plus.google.com/114919553661509313835/posts http://web.stagram.com/n/classicgoldgroup/ http://classicgoldfutures.blogspot.com Application search CLASSIC GOLD ทั้ง iPhone และ Android [/color][/b]

(เย็น) ราคาปิด Futures วันที่ 13 มีนาคม 2560

Spot 1,208.11(+3.64) THB 35.32(+0.01) EU/TH 37.67(-0.02) Gold Traders 20,150(-50) GFGJ17 20,320(+140) SET50 975.37(+2.49) S50H17 974.7(+2.4)

วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560

(เช้า) ราคาเปิด Futures วันที่ 13 มีนาคม 2560

Spot 1,205.52(+1.05) THB 35.26(-0.05) EU/TH 37.71(+0.02) Gold Traders 20,050(-50) GFJ17 20,260(+80) S50H17 973.0(+0.7)

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

[b][color=green]บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า) Today Strategy: • Gold ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยได้ในช่วงท้ายตลาด หลังจากซึมตัวลงตลอดวันในช่วงแรกก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงาน และราคาได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงหลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรออกมาดีกว่าคาดการณ์แต่น้อยกว่าที่นักลงทุนคาดหวัง รวมทั้งค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงออกมาแย่กว่าคาดการณ์ รวมทั้งค่าเงินยูโรเริ่มแข็งค่าหลังจากนโยบาย QE ของยุโรปใกล้สิ้นสุดลง ปัจจัยดังกล่าวล้วนกดดันค่าเงินดอลลาร์และช่วยหนุนราคาทองได้ Key Factors • Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.71 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.31% โดยปิดที่ 1,204.47 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,194.55 – 1,206.36 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,204 เหรียญ ราคาทองคำปรับซึมลงในช่วงก่อนที่จะประกาศตัวเลขการจ้างงานและลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์ที่บริเวณ 1,194 เหรียญ แต่หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรประกาศออกมามากกว่าคาดการณ์ แต่ไม่มากกว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรโดย ADP ในวันพุธก่อนหน้า รวมทั้งค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงออกมาแย่กว่าคาดการณ์ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ร่วงลง รวมทั้งการแข็งค่าของค่าเงินยูโร หลังจากมาตรการ QE ของทางฝั่งยุโรปใกล้สิ้นสุดลง ทำให้ราคาทองมีแรงหนุนและปิดบวกได้ในช่วงท้ายตลาด แต่สัปดาห์นี้ต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่คาดว่าจะส่งผลให้ราคาทองเคลื่อนไหวผันผวนได้ Exclusive News • ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดดิ่งลงอีกครั้งในวันศุกร์ หลังจากรูดลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 3 เดือนในระหว่างวัน ในขณะที่นักลงทุนยังคงระบายสถานะซื้อออกมา เนื่องจากกังวลว่ามาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันทั่วโลกไม่สามารถบรรเทาภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดโลกลงได้ • ยูโรแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันศุกร์ หลังมีรายงานว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้หารือถึงความเป็นไปได้เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นสุดโครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) • ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. และลดลง 0.34% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์ ดอลลาร์ถูกถ่วงลงหลังข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐบ่งชี้ว่า ค่าแรงเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด • ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 3.71 ดอลลาร์ สู่ 1,204.47 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันศุกร์ หลังจากร่วงลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 5 สัปดาห์ที่ 1,194.55 ดอลลาร์ในระหว่างวัน โดยราคาทองได้รับแรงหนุนจากการร่วงลงของดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอกว่าการคาดการณ์ของนักลงทุนบางราย Key Point Positive( + ) • ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง Negative( - ) • เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น • การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ • การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ Neutral ( * ) • การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน • การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ • ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ • การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ • Strategy : ปิดทำกำไรฝั่ง short และเริ่มเปลี่ยนมา trading long หากราคาไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ [/color] [color=#0066FF] Smart Stock Today Strategy: น้ำมันดิบกดดันกลุ่มพลังงานภายในประเทศ ดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ก่อนได้รับปัจจัยกดดันจากฝั่งสหรัฐฯ ค่อนข้างชัดเจน ภาพรวมการเคลื่อนไหวมีความผันผวนอย่างรุนแรงในระหว่างวัน แกว่งตัวไร้ทิศทางเช่นเดียวกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคซึ่งเคลื่อนไหวในแดนบวกสลับลบและเงินทุนยังคงไหลออกอย่างชัดเจนทั้งในตลาดตราสารทุนและตลาดตราสารหนี้ประกอบกับยังสะสมสถานะขายในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี SET50 กว่า -6,141 สัญญา สะท้อนมุมมองของนักลงทุนต่างชาติหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ (ซึ่งมีโอกาสที่อาจจะปรับขึ้นหรือคงอัตราดอกเบี้ยก็ได้เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ และประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมีมุมมองต่อเศรษฐกิจที่อาจไม่สอดรับกันในบางมิติ) สำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 ในวันศุกร์ที่ผ่านมาเปิดตลาดและซื้อขายในแดนลบมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 970-979 จุด และปิดตลาดที่ 972.30 จุด ผันผวนรุนแรงกว่า SET index ซึ่งปิดตลาดลบบริเวณ 1,539.91 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันเพียง 39,569.57 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติยังคงมีมุมมองขายสุทธิ -1,290.12 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยอาจได้รับปัจจัยลบจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดค่อนข้างรุนแรงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออารมณ์ตลาดโดยเฉพาะกลุ่มพลังงานภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ • Strategy : ฝั่ง Short ได้เปรียบหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 976 จุด ในระหว่างวัน ปัจจัยที่ต้องติดตาม - แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ - ราคาน้ำมันดิบปรับลดรุนเเรงอาจกระทบกลุ่มพลังงานภายในประเทศ (WTI=48.17 USD/bbl) ข่าวในประเทศ - สินเชื่อบุคคลหดล้านบัญชี หนี้บัตรเครดิตลดตาม 20% เหตุแบงก์กลัวหนี้เสียและลูกหนี้หวั่นรายได้น้อย : ธปท. รายงานสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบการธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงินเดือน ม.ค.2560 ว่า จำนวนบัญชีผู้ใช้สินเชื่อรวมทั้งระบบลดลงจากเดือนก่อนหน้าถึง 1.02 ล้านบัญชี หรือ 7.5% จาก 13.7 ล้านบัญชี เหลือ 12.7 ล้านบัญชี โดยลดลงจากบัญชีของนันแบงก์ 1 ล้านบัญชี และธนาคารพาณิชย์ลดลง 2.4 หมื่นล้านบัญชี ขณะที่ยอดสินเชื่อรวมลดลง 5,951 ล้านบาท หรือ 1.8% จาก 3.38 แสนล้านบาท เหลือ 3.32 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่ 4,505 ล้านบาท ลดลงจากยอดสินเชื่อของนันแบงก์ - โครงสร้างภาษีกระทบผู้ค้าออนไลน์เติบโตลดลง : นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทยมูลค่า 2.4 แสนล้านบาท ในช่วง 9 เดือนข้างหน้า การเติบโตมีโอกาสชะลอตัวลง จากเดิมคาดการณ์ว่าทั้งปีตลาดเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% - (CPNH17)CPNอัดฉีดงบ4.5พันล้าน ปรับโฉม ‘เซ็นทรัล บางนา’ : CPN ทุ่มงบ 4.5 พันล้านบาท ปรับโฉมเซ็นทรัลพลาซาบางนาใหม่ หวังปรับภาพลักษณ์และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายหลักช็อปปิ้งมอลล์ โซนกรุงเทพฯ ตะวันออกภายใต้ธีม Lifestyle Companion Shopping-เพราะความผูกพัน สร้างพิกัดแห่งความสุข อบรมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้นที่ 12 สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808, http://www.classicgoldfutures.co.th http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup http://www.youtube.com/ilovecgf http://www.twitter.com/ilovecgf https://plus.google.com/114919553661509313835/posts http://web.stagram.com/n/classicgoldgroup/ http://classicgoldfutures.blogspot.com Application search CLASSIC GOLD ทั้ง iPhone และ Android [/color][/b]

วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560