วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560
(เย็น) ราคาปิด Futures วันที่ 08 มีนาคม 2560
Spot 1,212.85(-2.72)
THB 35.25(+0.14)
EU/TH 37.2029(+0.1127)
Gold Traders 20,200
GFJ17 20,370(-80)
SET50 980.14(+5.61)
S50H17 980.1(+7.7)
วันอังคารที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560
บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 8 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)
[b][color=green]บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 8 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)
Today Strategy:
• Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเกือบ 1 % และราคาทองคำได้ลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน โดยปัจจัยกดดันราคาทองก็คือการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ทำให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ได้รับแรงหนุน และส่งผลลบต่อราคาทองคำ แต่ว่าอย่างไรก็ตามต้องติดตามตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์นี้ที่จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้ามากขึ้น
Key Factors
• Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 9.99 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.82% โดยปิดที่ 1,215.57 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,213.56 – 1,227.14 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,218 เหรียญ ราคาทองได้รับแรงกดดันต่อเนื่องหลังจากนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลลบกับราคาทองคำในช่วงนี้ และนักลงทุนยังรอตัวเลขภาคการจ้างงานในช่วงวันศุกร์ปลายสัปดาห์ที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ซึ่งมีตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยให้น้ำหนักมากกว่า 80% ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้ รวมทั้งการขายของ SPDR ที่เริ่มมีแรงขายมากขึ้นตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ราคาทองคำมีแนวโน้มที่อ่อนแอในช่วงนี้ได้
Exclusive News
• ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดขยับลงเล็กน้อยในวันอังคารโดยราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนในช่วงแรก หลังจากรัฐมนตรีน้ำมันซาอุดิอาระเบียกล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานในตลาดปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันในช่วงต่อมา จากการคาดการณ์ที่ว่าสหรัฐจะผลิตน้ำมันมากยิ่งขึ้น
• ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินในวันอังคาร แต่ยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เข้าทดสอบในเดือนธ.ค.และม.ค.หลังจากมีการคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า
• ปอนด์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังการเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายผู้บริโภคที่อ่อนแอได้ตอกย้ำความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจอังกฤษ
• ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐร่วงลง 9.99 ดอลลาร์ สู่ 1,215.57 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันอังคาร หลังจากดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดในรอบกว่า 4 สัปดาห์ที่ 1,213.65 ดอลลาร์ในระหว่างวัน โดยราคาทองได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 15 มี.ค. อย่างไรก็ดี ราคาทองเคลื่อนไหวไม่มากนัก ก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์นี้
Key Point
Positive( + )
• ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
• เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
• การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
• การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
• การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
• การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
• การประชุมของธนาคารกลางยุโรป
• ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร
• Strategy : trading short หากราคาอยู่ต่ำกว่า 1,223 เหรียญ
[/color]
[color=#0066FF]
Smart Stock
Today Strategy:
เงินทุนไหลออก
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เมื่อวานนี้เคลื่อนไหวผันผวนระหว่างวันโดยเปิดตลาดบริเวณ 975 จุด มีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดหนุนให้สามารถปรับตัวเคลื่อนไหวในแดนบวกและขึ้นไปทำจุดสูงที่สุดในวันบริเวณ 978.40 จุด ก่อนมีแรงขายในช่วงบ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงท้ายตลาดกดดันให้สัญญาฯ ลงไปปิดตลาดในแดนลบที่ 972.40 จุด แม้จะปิดลบเพียง -2.6 จุด แต่ภาพการเคลื่อนไหวผันผวนขึ้นลงในวันค่อนข้างรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับ SET index ซึ่งปิดตลาดที่ 1,549.87 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันที่เบาบางเช่นเดียวกับวันก่อนหน้าเพียง 36,607.18 ล้านบาทเท่านั้น โดยนักลงทุนต่างชาติยังมุมมองขายสุทธิ -2,411.62 ล้านบาท (รวมขายสุทธิตั้งเเต่ต้นเดือนกว่า -8,128.65 ล้านบาท) รวมทั้งยังกลับมาขายตราสารหนี้ในตลาดตราสารหนี้ค่อนข้างชัดเจนในรอบหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา สะท้อนเม็ดเงินที่เริ่มไหลออกอย่างชัดเจน กดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 โดยเราคาดว่าเป็นผลมาจากประเด็นการส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในการประชุมเดือนนี้ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในด้านตลาดทุน/ตลาดเงินทั่วโลก
• Strategy : ฝั่ง Short ได้เปรียบหากราคาต่ำกว่า 973 จุด Upside จำกัด/ฝั่ง Long ยังไม่น่าสนใจ
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
- ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องที่ระดับ 35.14 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ข่าวในประเทศ
กกร.คงเป้าจีดีพีปีนี้โต 3.5-4% ปัจจัย ‘ภายใน-ภายนอก’หนุนเศรษฐกิจไทย : กกร.คงเป้าจีดีพีปี 2560 ขยายตัว ในกรอบ 3.5-4.0% หลังประเมินปัจจัย “ภายนอก-ภายใน” สดใส ไม่กังวลผลกระทบนโยบายสหรัฐในปีนี้ เหตุต้องใช้เวลา จับตาเฟดประชุม 14-15 มี.ค.นี้ กระทบค่าเงิน
- ขายข้าวรัฐอีก 1.35 ล้านตัน ระบายต่อผลิตอาหารสัตว์ : กรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยว่า ประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวอนุมัติขายข้าวในสต๊อกรัฐบาล 1.35 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 13,200 ล้านบาท จากที่เสนอซื้อ 2.03 ล้านตัน และคิดเป็น 47% ของปริมาณที่เปิดประมูลครั้งล่าสุดกลางเดือนกุมภาพันธ์ปริมาณ 2.86 ล้านตัน ทั้งนี้ข้าวที่เหลือจากประมูลครั้งนี้จะเปิดประมูลต่อไป
- (WHAH17 )WHA เร่งอัดงบ 7 พันล้าน เสริมทัพธุรกิจระยะยาว : WHA เดินหน้าทุ่มงบราว 7 พันล้านบาท เสริมแกร่งธุรกิจระยะยาว ปูทางโกยเงินเพิ่ม “จรีพร จารุกรสกุล” วางหมากปี 2560 อัพพอร์ตรายได้ประจำ พุ่งแตะ 30% จากปีก่อนที่ราว 15% อานิสงส์เก็บเกี่ยวค่าเช่า-สาธารณูปโภค-กอง REIT หนุน
อบรมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้นที่ 12
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,
http://www.classicgoldfutures.co.th
http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgf
https://plus.google.com/114919553661509313835/posts
http://web.stagram.com/n/classicgoldgroup/
http://classicgoldfutures.blogspot.com
Application search CLASSIC GOLD ทั้ง iPhone และ Android [/color][/b]
(เช้า) ราคาเปิด Futures วันที่ 08 มีนาคม 2560
Spot 1,218.12(+2.55)
THB 35.15(+0.04)
EU/TH 37.1395(+0.0493)
Gold Traders 20,200(-100)
GFJ17 20,390(-60)
S50H17 971.5(-0.9)
บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 7 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)
[b][color=green]บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 7 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)
เผชิญแรงขายต่อเนื่อง
ตลาดทองคำยังคงได้รับเเรงกดดันจากสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมเดือนนี้ ซึ่งส่งผลให้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าที่ระดับ 101.56 จุด อีกครั้งหลังมีแรงขายดอลลาร์ในช่วงวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมาค่อนข้างรุนแรง สำหรับในวันนี้ทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าบริเวณ 1,226.20 USD/toz แกว่งตัวในกรอบแคบระหว่างวันประมาณ 2-3 ดอลลาร์ โดยยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในภาพรวมแนวโน้มขาลงชัดเจนตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมท่ามกลางปัจจัยลบต่างๆ ในส่วนมุมมองของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่อย่างกองทุน SPDR เมื่อวานนี้ขายสุทธิทองคำกว่า 3.81 ตัน รวมมีสถานะถือครองทองคำสุทธิอยู่ที่ 836.77 ตัน เหมือนส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้ตลาด ในด้านของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งสามตลาดหลักเริ่มเเกว่งตัวออกข้างหลังพุ่งทะยานทำ all time high ต่อเนื่อง แต่ไม่ถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำเท่าใดในระหว่างวัน สำหรับการเปิดสถานะในค่ำคืนนี้ติดตามการประกาศดุลการค้าและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของผู้บริโภคสหรัฐฯ
หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
- ราคาทองคำร่วงลงคาดการณ์เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกลางเดือนนี้ : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับ 1,225.56 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ โดยปิดตลาดในแดนลบเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน แต่ทรงตัวอยู่เหนือจุดต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ที่ 1,222.51 USD/toz ที่ทำไว้ในวันศุกร์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธาน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่สนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค.
- บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ทรงตัวก่อนประมูลพันธบัตร : ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทรงตัวในกรอบซื้อขายแคบๆ ระหว่างในวันวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีทรงตัวต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 7 ปีครึ่ง ขณะที่นักลงทุนเตรียมตัวรับการประมูลขายพันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้จำนวนมหาศาลในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีปิดที่ 98-16/256 โดยมีผลตอบแทน 3.0997% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปิดที่ 97-220/256 โดยมีผลตอบแทน 2.4943%
- แนวโน้มเลือกตั้งฝรั่งเศสหนุนค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบยูโร : ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในวันจันทร์เมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรหลังนาย Alain Juppe อดีตนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสปฏิเสธที่จะลงแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งเพิ่มโอกาสชนะการ เลือกตั้งให้กับนางมารีน เลอแปน ซึ่งต่อต้านสหภาพยุโรป
- ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ขยับลงในขณะที่เบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับลงเล็กน้อยในวันจันทร์แต่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขยับขึ้น โดยราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนในช่วงแรกจากข่าวที่ว่าอิรักจะเข้าร่วมในมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันถ้าหากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันต่ออายุมาตรการนี้ออกไปในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน เม.ย.ร่วงลง 13 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 53.20 USD/bbl
ประเด็นที่ต้องติดตาม:
- ค่ำคืนนี้ติดตามการประกาศดุลการค้าสหรัฐฯ
- การประชุมอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางยุโรป
- แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
คำแนะนำ : ฝั่ง Short ได้เปรียบแต่อาจมีแรงซื้อต้านบริเวณ 1,223 USD/toz
[/color]
[color=#0066FF]
อบรมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้นที่ 12
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,
http://www.classicgoldfutures.co.th
http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgf
https://plus.google.com/114919553661509313835/posts
http://web.stagram.com/n/classicgoldgroup/
http://classicgoldfutures.blogspot.com
Application search CLASSIC GOLD ทั้ง iPhone และ Android [/color][/b]
(เย็น) ราคาปิด Futures วันที่ 07 มีนาคม 2560
Spot 1,223.84(-1.72)
THB 35.08(+0.01)
EU/TH 37.0901(-0.0069)
Gold Traders 20,300
GFJ17 20,440(-130)
SET50 974.53(-1.01)
S50H17 972.3(-1.6)
วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560
(เช้า) ราคาเปิด Futures วันที่ 07 มีนาคม 2560
Spot 1,225.71(+0.15)
THB 35.06(-0.01)
EU/TH 37.0934(-0.0036)
Gold Traders 20,300(-50)
GFJ17 20,490(-80)
S50H17 975(+0.1)
บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 7 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)
[b][color=green]บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 7 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)
Today Strategy:
• Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 โดยราคาทองคำยังเจอแรงขายทำกำไรอย่างต่อเนื่อง จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำ โดยมีตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าปรับให้โอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้อยู่ที่ 86.4% รวมทั้ง การขายทองคำของกองทุน SPDR ที่ขายเข้ามาต่อเนื่องติดต่อกัน 2 วันทำการ ทำให้ภาพรวมทองคำมีแนวโน้มโดนกดดันได้ต่อ และติดตามตัวเลขการจ้างงานในปลายสัปดาห์อีกครั้ง
Key Factors
• Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 8.66 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.70% โดยปิดที่ 1,225.56 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,224.25 – 1,236.77 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,225 เหรียญ ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน แต่ราคาทองยังไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ในระยะสั้น หลังจากราคาทองได้ทำจุดต่ำสุดในคืนวันศุกร์สัปดาห์ก่อนที่บริเวณ 1,222 เหรียญ ทำให้คาดว่าราคาทองมีโอกาสแกว่งในกรอบซึมลงต่อได้ โดยเมื่อคืนนี้กองทุน SPDR มีการขายทองคำติดต่อกันเป็นวันที่สองโดยเมื่อคืนนี้ขายทองอีก 3.81 ตัน ทำให้ถือทองคำรวม 836.77 ตัน รวมทั้งตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าได้ให้โอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้สูงถึง 86.4% แต่อย่างไรก็ตามในสัปดาห์นี้ต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางยุโรป และตัวเลขภาคจ้างงานของสหรัฐฯ ที่จะช่วยบ่งชี้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยว่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร
Exclusive News
• ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับลงเล็กน้อยในวันจันทร์ แต่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขยับขึ้น โดยราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนในช่วงแรกจากข่าวที่ว่า อิรักจะเข้าร่วมในมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน ถ้าหากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ต่ออายุมาตรการนี้ออกไปในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
• ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในวันจันทร์เมื่อเทียบกับยูโร หลังนาย Alain Juppe อดีตนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสปฏิเสธที่จะลงแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งเพิ่มโอกาสชนะการเลือกตั้งให้กับนางมารีน เลอ แปน ซึ่งต่อต้านสหภาพยุโรป
• ข่าวที่ว่าเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 4 ลูกในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และการกล่าวหาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ว่า อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามาดักฟังโทรศัพท์ของเขาจากอาคารทรัมป์ ทางเวอร์นั้น ได้กระตุ้นแรงซื้อเยนซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย
• ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ดคาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2017 โดยจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค., 13-14 มิ.ย. และ 19-20 ก.ย. และเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปี 2018
Key Point
Positive( + )
• ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
• เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
• การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
• การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
• การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
• การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
• การประชุมของธนาคารกลางยุโรป
• ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร
• Strategy : trading ในกรอบ 1,222 – 1,237 เหรียญ
[/color]
[color=#0066FF]
Smart Stock
Today Strategy:
เริ่มเปราะบาง
ดัชนีตลาดหุ้นไทยและภูมิภาคได้รับปัจจัยลบจากฝั่งสหรัฐฯ กดดันให้ตลาดในภาพรวมเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนส่วนหนึ่งเคลื่อนย้ายไหลออกจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่ สำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทยนั้นมีแรงขายรินออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ก่อนหลังต้นสัปดาห์เคลื่อนไหวในทิศทางแนวโน้มขาขึ้นค่อนข้างชัดเจน ถือว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงแกว่งตัวผันผวนไม่ชัดเจนและอ่อนไหวต่อประเด็นต่างๆในตลาด ขณะที่ยังคงขาดปัจจัยบวกภายในประเทศใหม่ๆ มานานพอสมควรทั้งภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) และภาคการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน (Financial Sector) จะมีเพียงแต่งบบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศกำไรสุทธิโดดเด่นแต่ก็ยังไม่เป็นปัจจัยบวกที่ตลาดให้น้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญโดยเปรียบเทียบ สำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดในแดนลบที่ 978.10 จุด เคลื่อนไหวในแดนลบระหว่างวันก่อนปิดตลาดที่ 974.90 จุด เช่นเดียวกับ SET index ซึ่งปิดตลาดในแดนลบที่ 1,553.61 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันที่เบาบางเพียง 38,747.80 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงมุมมองขายสุทธิ -2,202.07 ล้านบาท รวมมีสถานะขายสุทธิตั้งเเต่ต้นเดือน -5,717.03 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายในวันนี้เรามองว่าดัชนียังคงถูกปัจจัยภายนอกกดดัน Upside ของดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ
• Strategy : ฝั่ง Short ได้เปรียบหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 976 จุด ในขณะที่ฝั่ง Long ยังไม่น่าสนใจ
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
- ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ที่กลับมาเเข็งค่าบริเวณ 101.67 จุด
ข่าวในประเทศ
- บริษัทในตลาดฯ โกยกำไรทุบสถิติ รอบปี'59 ทำเงิน 9 แสนล้าน: ตลท.เผยปี'59 บริษัทจดทะเบียนใน SET กว่า 81% ทำกำไรเพิ่ม/ยอดสุทธิกว่า 9 แสนล้านบาท ทำสถิติสูงสุดรอบ 5 ปี เป็นผลจาก 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายแผนไทยแลนด์ 4.0 มาแรง
- สศช. เผยเศรษฐกิจยุค 4.0 หันใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน: สศช. เปิดเผยภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 4 และภาพรวมปี 59 ว่า สถานการณ์การจ้างงาน และรายได้ของแรงงานไทยในอนาคต จะได้รับผลกระทบจากการเข้าสู่ยุคดิจิตอล 4.0 หลังจากผู้ประกอบการหันมาปรับตัวทำธุรกิจด้วยการใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิต พร้อมกับลดการใช้กำลังแรงงานคนลง โดยเฉพาะแรงงานในภาคธนาคารและธุรกิจค้าปลีก จะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่มีผลกระทบ เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการกลุ่มนี้ได้เริ่มนำเทคโนโลย่ต่างๆ มาช่วยลดต้นทุนการประกอบกิจการแล้ว
- (HMPROH17) HMPRO อัดฉีดงบก้อนโตปูพรมบุกตลาด‘CLMV’: HMPRO กางแผนปี 2560 ปักหมุดรายได้โต 8-12% จากปีก่อน เตรียมทุ่มงบลงทุนประมาณ 6-7 พันล้านบาท ขยายสาขาทั้งไทยและมาเลเซีย ไม่ต่ำกว่า 10 สาขา พร้อมเดินเกมระยะยาว 1-3 ปี (2560-2562) ลุยขยายตลาดใหม่ CLMV เล็งออกหุ้นกู้ วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท รองรับธุรกิจในอนาคต
อบรมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้นที่ 12
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,
http://www.classicgoldfutures.co.th
http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgf
https://plus.google.com/114919553661509313835/posts
http://web.stagram.com/n/classicgoldgroup/
http://classicgoldfutures.blogspot.com
Application search CLASSIC GOLD ทั้ง iPhone และ Android [/color][/b]
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)