วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

[b][color=green]บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น) ติดตามเฟดและตัวเลขเศรษฐกิจในคืนนี้ ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,228.71 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,223.37 – 1,230.22 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำแกว่งในกรอบแคบประมาณ 7 เหรียญ หลังจากปรับตัวลดลงในท้ายตลาดเมื่อคืนนี้ โดยปัจจัยที่กดดันคือประธานเฟดได้แถลงการณ์ต่อสภาในเมื่อคืนนี้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในการประชุมครั้งต่อๆ ไป รวมทั้งให้มุมมองต่อภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังเติบโตปานกลาง ทำให้ราคาทองไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้แรง โดยในคินนี้ติดตามการแถลงการณ์ต่อสภาของเฟดอีกครั้ง และตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค และตัวเลขภาคค้าปลีก ที่มีโอกาสส่งผลให้ราคาทองคำมีทิศทางชัดเจนมากขึ้นหลังจากแกว่งตัวในกรอบแคบมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ - นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นกล่าวในวันนี้ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐเห็นด้วยกับเขาในการประชุมสุดยอดในวันที่ 10 ก.พ.ว่า นโยบายการเงินของญี่ปุ่นไม่ใช่การปั่นค่าเงิน แต่เป็นการยุติภาวะเงินฝืด - เอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐระบุว่า บริษัทโซรอส ฟันด์ แมเนจเมนต์ขายทองในไตรมาส 4/2016 ขณะที่บริษัทพอลสัน แอนด์ โคได้ลดสัดส่วนการถือครองทองในกองทุน SPDR Gold Trust เนื่องจากราคาทองร่วงลงมากที่สุดในรอบ 3 ปีครึ่งในไตรมาส 4/2016 - นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันอังคารว่า เฟดมีแนวโน้มที่จำเป็นจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่จะเกิดขึ้นต่อไป แม้เธอแสดงความไม่แน่ใจอย่างมากเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐจะเป็นเจ้าภาพต้อนรับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลที่ทำเนียบขาวในวันนี้ ซึ่งจะถือเป็นการประชุมครั้งแรกของทั้งสองนับตั้งแต่นายทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี และเป็นที่คาดกันว่าการประชุมครั้งนี้อาจจะเป็นการกำหนดรูปแบบของนโยบายตะวันออกกลางสำหรับช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ประเด็นที่ต้องติดตาม: - คำแถลงการณ์ของเฟดในคืนนี้ - ความคืบหน้าแผนการปรับโครงสร้างอัตราภาษีของสหรัฐฯ - ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าต่อเนื่อง คำแนะนำ : trading ในกรอบ follow เมื่อ breakout [/color] [color=#0066FF] อบรมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้นที่ 12 สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808, http://www.classicgoldfutures.co.th http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup http://www.youtube.com/ilovecgf http://www.twitter.com/ilovecgf https://plus.google.com/114919553661509313835/posts http://web.stagram.com/n/classicgoldgroup/ http://classicgoldfutures.blogspot.com Application search CLASSIC GOLD ทั้ง iPhone และ Android [/color][/b]

(เย็น) ราคาปิด Futures วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560

Spot 1,225.66(-2.54) THB 35.01 EU/TH 36.9426(-0.0875) Gold Traders 20,250(-50) GFG17 20,400(-40) SET50 984.6(+2.94) S50H17 983.4(+2.4)

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

(เช้า) ราคาเปิด Futures วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560

Spot 1,226.75(-1.45) THB 35.01 EU/TH 36.9985(-0.0316) Gold Traders 20,300(+50) GFG17 20,430(-10) S50H17 982(+1)

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

[b][color=green]บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า) Today Strategy: • Gold ราคาทองปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และเมื่อวานนี้ราคาปรับตัวขึ้นทดสอบบริเวณ 1,235 เหรียญ แต่ถูกแรงขายกดดันในท้ายตลาดจากประธานเฟดที่มีการให้สัญญาณบ่งชี้ ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จะมีประมาณ 3 ครั้งตามเดิม แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยความเสี่ยงทางการเมืองของยุโรปก็ช่วยหนุนราคาทองได้เช่นกัน ทำให้ราคาทองแกว่งในกรอบที่ขาดความชัดเจน โดยวันนี้ติดตามตัวดัชนีราคาผู้บริโภค และภาคค้าปลีก ที่อาจช่วยให้ราคาทองแกว่งกว้างขึ้นได้ Key Factors • Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.14 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.26% โดยปิดที่ 1,228.20 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,221.35 – 1,234.46 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,226 เหรียญ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยระหว่างวันราคาพยายามปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,235 เหรียญ ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในท้ายตลาด โดยปัจจัยที่กดดัน คือ นางเจนเนต เยลเลน ประธานเฟด ได้ออกมากล่าวต่อสภาฯ ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จะเกิดขึ้นตามที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า คือ ประมาณ 3 ครั้ง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ราคาทองถูกแรงขายกดดัน และปรับตัวลดลงต่อในเช้านี้ แต่อย่างไรก็ตามราคาทองยังมีปัจจัยสนับสนุนคือ ความเสี่ยงของการเมืองทางฝั่งยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส รวมทั้งประเด็น brexit จากปัจจัยบวกและลบที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้ช่วงนี้ราคาทองแกว่งตัวในกรอบแคบๆ และปัจจัยที่ต้องติดตามต่อในระยะสั้นนี้คือ ดัชนีราคาผู้บริโภค และการปรับแผนภาษีใหม่ ในช่วง 2 – 3 สัปดาห์นี้ Exclusive News • ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดปรับขึ้นในวันอังคาร แต่ลดช่วงบวกลงหลังจากตลาดปิดทำการ เนื่องจากมีหลักฐานบ่งชี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งสูงขึ้น และปัจจัยนี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่า การผลิตน้ำมันจากชั้นหินในสหรัฐอาจจะส่งผลให้ราคาน้ำมันไม่ได้รับแรงหนุนมากนัก จากมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) • ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในวันอังคารสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญ ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่เร็วขึ้น หลังการแสดงความเห็นของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) • สัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐบ่งชี้ว่า มีโอกาส 41% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยที่สุด 3 ครั้งในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 33% ในวันจันทร์ • ยูโรยังเผชิญแรงกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส และการเจรจาเพื่อช่วยเหลือด้านการเงินแก่กรีซ บรรดานักลงทุนวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับการเกิด Brexit ขึ้นกับฝรั่งเศส หลังจากผลสำรวจบ่งชี้ว่านางมารีน เลอ แปนซึ่งสัญญาจะจัดการลงประชามติเพื่อให้ฝรั่งเศสถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปนั้น มีคะแนนนำในผลสำรวจการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรก Key Point Positive( + ) • ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง Negative( - ) • เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น • การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ • การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ Neutral ( * ) • การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน • การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ • นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ • การแถลงการณ์ประธานเฟดต่อสภา • Strategy : trading ในกรอบ [/color] [color=#0066FF] Smart Stock Today Strategy: กังวลเงินทุนไหลออก เมื่อวานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวไม่ค่อยสดใส ปรับตัวลงตามภูมิภาคจากความกังวลผลกระทบการปรับโครงสร้างภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลให้เงินทุนไหลออกได้ โดยสัญญาฯ S50H17 เปิดตลาดเกิดช่องว่างราคาในแดนบวกที่ 991.90 จุด แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวและยืนในแดนบวกได้ ได้รับแรงกดดันจากการขายทำกำไรลงไปทำจุดต่ำสุดในวันที่บริเวณ 979 จุด ก่อนขยับขึ้นมาปิดลบที่ 981 จุด ภาพรวมการเคลื่อนไหวผันผวนเหมือน SET index ซึ่งปิดตลาดลบที่ 1,572.24 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวัน 52,842.63 ล้านบาท อยู่ในเกณฑ์ค่าเฉลี่ยด้านบน เป็นแรงขายในกลุ่มพลังงานเป็นหลักซึ่งได้รับเเรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI(NYMEX) ที่ยังผันผวนกระทบต่อกลุ่มพลังงานในดัชนี ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิ(-1,783.49 ล้านบาท) จากคาดการณ์ถ้อยเเถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อคืน (เเละคืนนี้) ซึ่งมีการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปช่วงเดือนมีนาคม รวมทั้งให้ความเห็นว่าการคงอัตราดอกเบี้ยไว้เป็นเวลานานเกินไปไม่เป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมระยะยาว สำหรับการซื้อขายในวันนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยและภูมิภาคยังคงขาดปัจจัยบวกภายในและมีความกังวลกับกระแสเงินทุนไหลกลับ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่กลุ่มตลาดเกิดใหม่ให้ความสนใจในขณะนี้ ด้านปัจจัยบวกเรื่องการประกาศงบบริษัทจดทะเบียน มองว่าอาจเริ่มไม่มีนัยสำคัญมากแล้วเป็นเพียงความหวังที่เข้ามาพยุงตลาดสั้นๆ เท่านั้น คาดว่าไม่ส่งผลบวกอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับฝ่ายวิจัยคาดว่าผลการดำเนินงานมีแนวโน้มที่จะประกาศบวก/ลบ สลับกันทุกกลุ่มอุตสาหกรรมฯ ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยที่จำกัด Upside gain ของดัชนีตลาดหุ้นไทย รวมทั้งเป็นการเปิด Downside Risk ของตลาดให้กว้างมากขึ้นกว่าเดิม • Strategy : ฝั่ง Short position ได้เปรียบหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 984 จุด, Upside ถูกจำกัดด้วยปัจจัยลบ, ระวังแรงซื้อระหว่างวัน ปัจจัยที่ต้องติดตาม - ถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ค่ำคืนนี้ (อีกครั้ง) ข่าวในประเทศ - กลุ่มค้าปลีกไทยติดใจ “ช้อปช่วยชาติ” สมาคมอ้อนรัฐบาลกระตุ้นยาว 3 เดือน หวังตลาดรวมขยับเพิ่มได้ 3-3.2% : สมาคมผู้ค้าปลีกไทยชี้นโยบายภาครัฐ “มาตรการช้อปช่วยชาติ” ส่งผลให้ภาพรวมค้าปลีกปี'59 ไม่ติดลบ คาดหวังปี'60 รัฐบาลยืดเวลาจัดกิจกรรมกระตุ้นกำลังซื้อยาว 3 เดือน ด้านเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดันอุตสาหกรรมเติบโตเพิ่มอีก 3-3.2%ต่อเนื่อง - ชูเขตเศรษฐกิจพิเศษ “คันไซ” เป็นต้นแบบ “อีอีซี” : คณะรัฐมนตรีเห็นชอบปรับอีอีซี ใช้รูปแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษคันไซเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนญี่ปุ่น ด้านรองนายก "สมคิด" เตรียมลงศึกษาพื้นที่ - เศรษฐกิจโลก-นโยบายสหรัฐฯ หนุนดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ : ดัชนีเชื่อมั่นทองคำเดือนกุมภาพันธ์ปรับขึ้นเป็นเดือนที่สอง รับปัจจัยบวกจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก นโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ นักลงทุนเริ่มสนใจลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย - (PTGH17) PTG มีเฮต้นทุนทางการเงินลด ด้านทริสขยับเครดิตให้เป็นBBB+ : ทริสเรทติ้ง เพิ่มอันดับเครดิตของ PTG เป็นระดับ “BBB+” จากเดิม “BBB” อันดับเครดิตที่เพิ่มขึ้นสะท้อนผลการดำเนินงานและส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจค้าน้ำมันสำเร็จรูปตลอดจนประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายและการมีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ทั่วประเทศ อบรมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้นที่ 12 สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808, http://www.classicgoldfutures.co.th http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup http://www.youtube.com/ilovecgf http://www.twitter.com/ilovecgf https://plus.google.com/114919553661509313835/posts http://web.stagram.com/n/classicgoldgroup/ http://classicgoldfutures.blogspot.com Application search CLASSIC GOLD ทั้ง iPhone และ Android [/color][/b]

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

[b][color=green]บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น) ติดตามเฟดอย่างใกล้ชิด ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในภาคเช้าที่ 1,225.21 USD/toz ปรับตัวในแนวโน้มขาขึ้นโดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันบริเวณ 1,230.21 USD/toz มีกรอบการเคลื่อนไหวในวันประมาณ 5-6 ดอลลาร์ เริ่มแกว่งตัวออกข้างหลังขึ้นไปทำจุดสูงที่สุดในรอบสามเดือนที่ 1,244.67 USD/toz โดยการเคลื่อนไหวยังคงได้รับทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบสลับกัน ด้านปัจจัยลบคงหนีไม่พ้นการปรับโครงสร้างทางภาษีของสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทจดทะเบียนได้รับกำไรสูงขึ้น สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ก็เริ่มกลับมามีความน่าสนใจขณะเดียวกันก็ลดทอนความน่าสนใจของสินทัรพย์ปลอดภัยอย่างทองคำลงโดยปริยาย รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าอีกครั้งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบแก่ตลาดทองคำ ในส่วนปัจจัยบวกที่เข้ามาพยุงราคาทองคำไม่ให้ลดลงมากได้แก่ การเข้าซื้อสุทธิในทองคำของกองทุน SPDR ซึ่งซื้อสุทธิตั้งแต่ช่วง 1 ก.พ. ทั้งสิ้นกว่า 41.80 ตัน อย่างต่อเนื่อง สำหรับการซื้อขายในค่ำคืนนี้ฝ่ายวิจัยคาดว่าตลาดทองคำจะมีความผันผวนค่อนข้างมากจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของประธานเฟด ซึ่งอาจจะส่งสัญญาณเรื่องอัตราดอกเบี้ยและรายงานนโยบายการเงินจากเฟด ซึ่งอาจเป็นการชี้นำตลาดทองคำอย่างมีนัยสำคัญ หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ - ความหวังจากการลดภาษีในสหรัฐฯ หนุนค่าเงินดอลลาร์ปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ : ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าเงินในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่าแนวโน้มการปรับลดภาษีในสหรัฐฯ จะกระตุ้นผลกำไรของภาคธุรกิจและการลงทุน รวมทั้งคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น ทั้งนี้ USD index แตะระดับ 101.11 จุด ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม - ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงสวนทางค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น : ราคาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 1.7 % ในวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนมกราคมโดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์และจากสัญญาณบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ ปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนมีนาคมดิ่งลง 93 เซนต์ หรือ 1.7 % มาปิดตลาดที่ 52.93 USD/bbl - ราคาทองคำร่วงลงขณะที่หุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้น : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 8.95 ดอลลาร์ สู่ 1,225.06 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตามเป็นที่คาดกันว่าราคาทองจะยังคงได้รับแรงหนุนในช่วงนี้จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในสหรัฐฯ และยุโรป ทั้งนี้ราคาทองส่งมอบ เดือนเมษายนที่ตลาด COMEX ปิดลดลง 10.10 ดอลลาร์ ที่ 1,225.80 USD/toz - อัตราเงินเฟ้อภาคการผลิตและภาคการบริโภคจีนปรับตัวขึ้น : อัตราเงินเฟ้อของราคาผู้ผลิตจีนพุ่งขึ้นสูงเกินคาดในเดือนมกราคมโดยพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี ในขณะที่ราคาเหล็กกล้าและวัตถุดิบอื่นๆ ทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องและรายงานตัวเลขเหล่านี้สนับสนุนมุมมองที่ว่ากิจกรรมภาคการผลิตทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทางด้านอัตราเงินเฟ้อของราคาผู้บริโภคจีนพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี โดยปรับขึ้นแตะ 2.5% ต่อปีในเดือนมกราคมซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 และถือเป็นระดับที่สูงเกินคาดการณ์ของตลาด ประเด็นที่ต้องติดตาม: - ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าบริเวณเหนือระดับ 100 จุด - การปรับลดภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ คำแนะนำ : Wait & See, ไม่รับความเสี่ยง [/color] [color=#0066FF] อบรมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้นที่ 12 สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808, http://www.classicgoldfutures.co.th http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup http://www.youtube.com/ilovecgf http://www.twitter.com/ilovecgf https://plus.google.com/114919553661509313835/posts http://web.stagram.com/n/classicgoldgroup/ http://classicgoldfutures.blogspot.com Application search CLASSIC GOLD ทั้ง iPhone และ Android [/color][/b]

(เย็น) ราคาปิด Futures วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560

Spot 1,228.05(-2.46) THB 34.97(-0.11) EU/TH 37.1383(-0.0078) Gold Traders 20,250(-50) GFG17 20,440(-10) SET50 981.66(-10.7) S50H17 980.8(-8.3)

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

[b][color=green]บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า) Today Strategy: • Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงอีกครั้งหลังจากราคาพยายามดีดกลับ แต่ไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง รวมทั้งปัจจัยต่างๆ สนับสนุนให้มีแรงซื้อในสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่อง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง 3 วันทำการ ในสัปดาห์นี้ติดตามการแถลงการณ์ของเฟดต่อสภา ที่จะช่วยบ่งชี้ถึงแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ได้ แต่กองทุน SPDR ยังสะสมทองต่อเนื่อง โดยภาพรวมสัปดาห์นี้คาดว่าราคาทองคำมีโอกาสย่อตัวเล็กน้อยมากกว่าที่จะปรับขึ้นต่อ Key Factors • Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 8.95 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.73% โดยปิดที่ 1,225.06 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,218.98 – 1,232.27 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,224 เหรียญ ราคาทองคำเริ่มถูกแรงกดดันต่อเนื่องหลังจากราคาพยายามดีดกลับในเมื่อวานนี้แต่ไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ เนื่องจากความน่าสนใจของสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง จากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณการปรับแผนภาษีครั้งใหญ่ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า รวมทั้งการประชุมกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่แสดงท่าทีเป็นมิตร เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าที่สำคัญกับสหรัฐฯ ผนวกกับนักลงทุนรอผลการแถลงการณ์ของประธานเฟดต่อสภาในสัปดาห์นี้ ที่จะบ่งชี้แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง 3 วันทำการ แต่อย่างไรก็ตามกองทุน SPDR ซื้อสะสมทองคำต่อเนื่อง โดยมีการซื้อในเมื่อวานนี้ 4.14 ตัน รวมถือครอง 840.87 ตัน แต่ภาพรวมทางเราให้น้ำหนักทองคำแกว่งในกรอบการย่อตัวมากกว่าปรับขึ้นต่อ Exclusive News • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) หลังจากเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะบ่อน้ำมันสหรัฐ รายงานว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ใช้งานในสหรัฐมีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าการผลิตน้ำมันในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น • สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) ด้วยแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุน ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ให้คำมั่นว่าจะประกาศแผนปรับลดภาษีครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกัน 3 วันทำการ นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐในวันที่ 14-15 ก.พ.นี้ โดยคาดว่าอาจจะมีการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป Key Point Positive( + ) • ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง Negative( - ) • เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น • การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ • การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ Neutral ( * ) • การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน • การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ • นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ • การแถลงการณ์ประธานเฟดต่อสภา • Strategy : trading ในกรอบการย่อตัว [/color] [color=#0066FF] Smart Stock Today Strategy: ผันผวนในกรอบที่กว้างขึ้น สัญญาฯ S50H17 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเปิดตลาดภาคเช้าเกิดช่องว่างราคาในแดนบวกที่ 993 จุด ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันบริเวณ 993.50 จุด ก่อนมีแรงขายทำกำไรค่อนข้างรุนแรงกดดันสัญญาฯ ลงไปทำจุดต่ำสุดในวันบริเวณ 987.50 จุด ก่อนปิดตลาดบวกที่ 989.10 จุด ภาพรวมการเคลื่อนไหวเหมือนกับ SET index ซึ่งเคลื่อนไหวในเเดนบวกตามภูมิภาคเเละตลาดโลกจากปัจจัยบวกฝั่งสหรัฐฯ ปิดตลาดบวก +1.99 จุด ที่ 1,585.24 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวัน 53,437.25 ล้านบาท เป็นเเรงขายสุทธิจากนักลงทุนต่างประเทศ (-593.19 ล้านบาท), นักลงทุนรายย่อยภายในประเทศ (-1,024.86 ล้านบาท) เเละบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (-729.45 ล้านบาท) ในขณะที่นักลงทุนสถาบันภายในประเทศมีมุมมองที่ต่างออกไปโดยซื้อสุทธิ (+2,347.49 ล้านบาท) กลุ่มพลังงานเเละธนาคารยังคงเป็นกลุ่มที่นำตลาดเช่นเดิม สำหรับการซื้อชายในวันนี้อาจมีปัจจัยบวกจากการปรับขึ้นของน้ำมันดิบ (WTI-NYMEX=53.10 USD/bbl) ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนให้กลุ่มพลังงานภายในประเทศและ SET index ขึ้นไปทดสอบระดับราคาที่มีนัยสำคัญทางจิตวิทยา 1,600 จุด อีกครั้ง ด้านค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าสอดรับกับดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กลับมาเเข็งค่าอีกครั้งที่ระดับ 101.01 จุด โดยสามารถยืนเหนือระดับ 100 จุด ต่อเนื่องตั้งเเต่วันที่ 6 ก.พ.อย่างไรก็ตามดัชนีตลาดหุ้นไทยเริ่มผันผวนขึ้นลงในกรอบและยังคงขาดปัจจัยบวกภายในประเทศที่มีนัยสำคัญต่อการลงทุน มีเพียงประเด็นการประกาศงบของบริษัทจดทะเบียนซึ่งถ้ารายงานดีกว่าตลาดคาดก็จะเป็นผลบวกต่อตลาด ด้านภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวต่อเนื่อง นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนทางตรงในภาค Real Sector (FDI) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าเป็นผลจากวามเขื่อมั่นปัจจัยการเมืองภายในประเทศลดลง ในขณะที่ภาครัฐมีความพยายามที่จะส่งเสริมการลงทุนผ่านการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเเละเเรงงานอยู่เรื่อยๆ ด้านปัจจัยภายนอกยังมีความผันผวนสูงจากการเมืองสหรัฐฯ การปรับลดอัตราภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์เเละการเลือกตั้งฝั่งยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติที่จะกระทบต่อการค้าเเละการลงทุน • ซื้อขายในกรอบราคาที่กว้างขึ้น, ฝั่ง Short Position ได้เปรียบในวันหากราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 990-991 จุด, ความผันผวนสูง ปัจจัยที่ต้องติดตาม - ดัชนีค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าอีกครั้งที่ 101.01 จุด ข่าวในประเทศ - ททท.ชี้ สหรัฐฯ เที่ยวไทยเกินล้านคน : ททท.จับตาตลาดสหรัฐฯ เชื่อมีโอกาสติดกลุ่ม 10 ประเทศแห่เที่ยวไทยเกินล้านคน เผยสถิติปี 59 มาไทยกว่า 9.7 แสนคน งัดกลยุทธ์เซเลบริตี้นำกระแสเที่ยวไทยบูมต่อเนื่อง ด้าน รมว.ท่องเที่ยว พร้อมนำทีมร่วมงานซีเทรด ครุยส์ โกลบอล เปิดตลาดท่องเที่ยวทางเรือ - กระทรวงพาณิชย์ปัดฝุ่นกฎหมายควบคุม 'โมเดิร์นเทรด' : กระทรวงพาณิชย์เตรียมชง ครม.ปัดฝุ่นกฎหมายค้าปลีกภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ หลังสนช.หนุนให้จัดทำผลศึกษาโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกค้าส่งหวังแก้ไขปัญหาผู้ค้ารายใหญ่เอาเปรียบผู้ค้ารายเล็ก - ภาษีน้ำหวานไร้ผลกระทบ บจ.เครื่องดื่มพร้อมรับมือ : นักวิเคราะห์ประเมินบจ.กลุ่มเครื่องดื่มปรับตัวรับมือภาษีน้ำหวานได้ ชี้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงฉวยเป็นจังหวะเข้าลงทุน - (PTGH17)'PTG'เบอร์ 1 ปั๊มน้ำมัน-ผนึกพันธมิตรสยายปีกเติบโต : PTG คอนเฟิร์มปี 60 รายได้แตะ 1 แสนล้านบาท ตั้งเป้าปริมาณขายโต 40% ทุ่มงบ 5 พันล้านบาท ลุยขยายปั๊มน้ำมันเป็น 1,800 สาขา ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ของประเทศไทย พร้อมสยายปีกเป็น 4,000 สาขาในอนาคต ส่งสัญญาณเจรจาพันธมิตรต่างชาติรุกธุรกิจออโต้เซอร์วิส มูลค่าลงทุน 1 พันล้านบาท จัดทัพโรดโชว์ฮ่องกง-สิงคโปร์ ไตรมาส 2/2560 นี้ อบรมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้นที่ 12 สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808, http://www.classicgoldfutures.co.th http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup http://www.youtube.com/ilovecgf http://www.twitter.com/ilovecgf https://plus.google.com/114919553661509313835/posts http://web.stagram.com/n/classicgoldgroup/ http://classicgoldfutures.blogspot.com Application search CLASSIC GOLD ทั้ง iPhone และ Android [/color][/b]