วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคา ทองคำ และ เงิน วันที่ 9 กันยายน 2554 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคา ทองคำ และ เงิน วันที่ 9 กันยายน 2554 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานปิดเพิ่มขึ้น 39.90 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 1,857.50 USDต่อออนซ์ หลังจากตลาดหุ้นปรับตัวลดลงแรง โดยนักลงทุนผิดหวังการแถลงการณ์ของเบอร์นันเก้ ที่ยังไม่มีมาตรการใหม่ๆในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นและกลับเข้ามาซื้อทองคำ


o ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานปิดเพิ่มขึ้น 39.90 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 1,857.50 USDต่อออนซ์ โดยมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 1,816.20 – 1,873.30 USDต่อออนซ์ นักลงทุนได้กลับเข้ามาซื้อทองคำอีกครั้ง หลังจากตลาดหุ้นปรับตัวลดลงแรง โดยนักลงทุนผิดหวังการแถลงการณ์ของเบอร์นันเก้ ที่ยังไม่มีมาตรการใหม่ๆในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเบอร์นันเก้กล่าวว่าจะพิจารณาในการประชุมวันที่ 20 – 21 ก.ย.นี้ ราคาทองคำได้ขึ้นไปทำ high ระหว่างวันที่ 1,873.30 USDต่อออนซ์ แต่หลังจากนั้นมีแรงขายทำกำไร และตลาดรอฟังแถลงการณ์จาก ปธน.โอบาม่า โดยมีแถลงการณ์ออกมาว่าจะใช้จ่ายเงินจำนวน 447 พันล้านUSD สร้างและซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน โรงเรียน และใช้มาตรการลดภาษี ได้แก่ ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายของผู้มีงานทำลงจาก 4.2% เหลือ 3.1% และภาคธุรกิจได้รับการลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 3.1% เช่นกัน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการจ้างงาน

o ราคาทองคำในช่วงเช้าวันนี้มีความเคลื่อนไหวอยู่เหนือ 1,850 USDต่อออนซ์ ราคาร่วงลงจากระดับ high ของวัน หลังจากการแถลงการณ์ของโอบาม่า ซึ่งตลาดคาดว่า การใช้นโยบายการคลังใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้นและลดภาษีอาจช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตดีขึ้น คาดว่าวันนี้มีแนวต้านบริเวณ 1,870 – 1,875 และมีแนวรับบริเวณ 1,840 USDต่อออนซ์ แนะนำ Trading ในกรอบ 1,840– 1,875 หรือเปิด Long บริเวณแนวรับ

o ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งอยู่ที่ระดับ 1.392 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อยูโร หลังจากนายฌอง-คล้อด ทริเชต์ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ส่งสัญญาณว่าอีซีบีอาจจะยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ( - )


o ราคาน้ำมัน Nymex ปิดที่ 89.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับลด 0.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคายังทรงตัวในระดับสูงจากความกังวลในเรื่องพายุในอ่าวเม็กซิโก และอุปทานน้ำมันลดลง ( - )

o ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ปิดที่ 11295.81 จุด ปรับลด 119.05 จุด เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่ เบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ( + )

o ราคา Silver ปิดเพิ่มขึ้น 0.90 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 41.29 USDต่อออนซ์ โดยมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 41.29 – 42.73 USDต่อออนซ์ ราคา Silver ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อตลาดหุ้นปรับลดลง และ Silver เพิ่มขึ้นตามราคาทองคำ iShares Silver Trust ขายโลหะเงินออก 7.47 ตัน เหลือถือโลหะเงินจำนวน 9,847.28ตัน สำหรับวันนี้คาดว่า Silver มีแนวรับบริเวณ 40.8 แนวต้านบริเวณ 42.7 คำแนะนำ Trading ในกรอบ 40.8 – 42.7

o SPDR ขายทองคำออก 0.91 ตัน ถือครองทองคำจำนวนเท่าเดิม 1231.41 ตัน

แนวโน้มระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,825 - 1,900 แนะนำ Trading ในกรอบ 1,825 - 1,900
แนวโน้มระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,750 -1950 ทยอยสะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว

อบรมทุกวันอังคารและพฤหัส ที่ออฟฟิศอาคารจตุรัสจามจุรี ชั้น 12สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,

http://www.classicgoldfutures.co.th/
http://www.classicgold.co.th/
http://www.chiabsengheng.co.th/
http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgg
http://classicgoldfutures.blogspot.com/

ราคาปิดทองและเงิน วันที่ 08092011

ราคาปิด Gold Futures 08092011
GFV11 26,330(-190)
GFZ11 26,750(-180)
GFG12 27,300(-140)
Supp 1,790 Resist 1,870
Bid
Spot 1,830.90(+14.44)
Gold Traders 26,000(-200)
THB 30.03(+0.06)

ราคาปิด Silver Futures 08092011
SVV11 1,271(-2)
SVZ11 1,294(+2)
SVG12 (N/A)
Supp 40.8 Resist 42.5
bid
Spot 41.66(+0.14)
THB 30.03(+0.06)
EU/US 1.4070

อบรมทุกวันอังคารและพฤหัส ที่ออฟฟิศอาคารจตุรัสจามจุรี ชั้น 12สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,
http://www.classicgoldfutures.co.th/
http://www.classicgold.co.th/
http://www.chiabsengheng.co.th/
http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgg
http://classicgoldfutures.blogspot.com/

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคา ทองคำ และ เงิน วันที่ 8 กันยายน 2554 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคา ทองคำ และ เงิน วันที่ 8 กันยายน 2554 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ราคาทองคำมีแนวรับที่ 1,790 แนวต้านที่ 1,870 แนวโน้มระยะสั้นการ rebound น่าจะป็นเพียงช่วงสั้นๆ โดยราคาจะปรับลงต่อ โดยมีแนวโน้มจะเกิด Double top

คาดว่าจะ rebound ช่วงสั้นๆ

ราคาทองคำในตลาดเอเชียเปิดตลาดตอนเช้าที่บริเวณ 1837 USDต่อออนซ์ โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 1826-1843 USDต่อออนซ์ ราคาทองคำมีการลดตัวลงในช่วง 2 วันที่ผ่านมาโดยมีแรงเทขายทำกำไรเพือนำเงินกลับเข้าลงทุนในตลาดหุ้น ส่งผลให้มีการ rebound ของตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐ โดยมีเหตุการณ์สำคัญๆ มาจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนีมีคำสั่งยกฟ้องรัฐบาลเยอรมนีในข้อหาจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ประเทศที่มีหนี้ในยูโรโซนและตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานสำรวจภาวะเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ รายงาน Beige Book ที่ระบุว่าเศรษฐกิจภายในประเทศยังคงมีการขยายตัวปานกลาง ขณะนักลงทุนจับตาดูประธานาธิบดีบารัค โอบามา ในการแถลงนโยบายกระตุ้นการสร้างงานต่อสภาคองเกรสในช่วงเช้าวันศุกร์ตามเวลาประเทศไทย

ทั้งนี้คำสั่งยกฟ้องรัฐบาลเยอรมนีในข้อหาจ่ายเงินสมทบมาตรการช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศที่มีหนี้ในยูโรโซน ของศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนี ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ขัดขวางการจ่ายเงินช่วยเหลือของรัฐบาลเยอรมนี ในการจะช่วยวิกฤตหนี้ยุโรปความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากที่รัฐสภาเยอรมนีได้เข้าร่วมในกองทุนช่วยเหลือกรีซเมื่อเดือนพ.ค.2553 เพื่อช่วยให้กรีซรอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ และมีส่วนร่วมในกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) มูลค่า 4.40 แสนล้านยูโร (6.20 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ด้วยการจ่ายเงินสมทบ 1.47 แสนล้านยูโร (2.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในการค้ำประกันเงินกู้ จากแนวโน้มนี้ทำให้คาดว่การแก้ปัญหาวิกฤติยุโรปน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอันส่งผลเชิงลบกับราคาทองคำและทำให้ราคาทองปรับตัวลดลง

รายงาน Beige Book ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจ 12 เขตของเฟดระบุว่า "กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงขยายตัวเพียงเล็กน้อยถึงแม้บางเขตรายงานว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่ในภาวะไร้ทิศทางหรืออ่อนแอลง" ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะเฉื่อยชาของสหรัฐไม่สามารถเร่งตัวขึ้นได้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาและอ่อนแอลงในบางพื้นที่ของสหรัฐ ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐได้รับแรงกดดันจากความผันผวนของตลาดหุ้นและการชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรม เฟดระบุว่า การดิ่งอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค.และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจในบางภูมิภาคมีแนวโน้มในทางลบมากขึ้น

Beige Book ฉบับล่าสุดนี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ซบเซาไม่มากเท่ากับรายงานฉบับก่อนที่ครอบคลุมภาวะเศรษฐกิจจนถึงช่วงต้นเดือนก.ค. โดยรายงานฉบับล่าสุดนี้ระบุว่าเขตเศรษฐกิจบางเขตมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำหรืออ่อนแอ และบางเขตมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงหรืออยู่ในระดับต่ำ


กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF ) เปิดเผยว่า ไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่เผชิญวิกฤตหนี้ จำเป็นต้องเดินหน้าปฏิรูปการเงินและด้านการคลังอย่างต่อเนื่อง ไอร์แลนด์ได้รับเงินช่วยเหลือ 8.5 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 1.20 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากสหภาพยุโรปและIMF หลังจากประเทศเผชิญปัญหาหนี้สินและยอดขาดดุลมหาศาลที่ทำให้ไอร์แลนด์เสี่ยง ต่อภาวะล่มสลาย และได้ออกพันธบัตรครั้งล่าสุดเมื่อเดือนก.ย.2553ทั้งนี้ IMF แนะนำว่า ไอร์แลนด์จำเป็นต้องดำเนินการปฏิรูปภาคการเงินเพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่น ด้านการสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะกลางและผลักดันการปฏิรูปทางโครงสร้างเพื่อหนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์ประมาณการว่า ธนาคารสหรัฐอาจเผชิญกับการขาดทุนมากถึง 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หากการฟ้องร้องของสำนักงานบริการการเงินเพื่อที่อยู่อาศัยของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FHFA) เกี่ยวกับพันธบัตรจำนอง FHFA ได้ฟ้องร้องธนาคาร 17 แห่งในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเมื่อทำการขายหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) วงเงินประมาณ 1.96 แสนล้านดอลลาร์ให้กับแฟนนี เมและเฟรดดี แมค

นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าสหรัฐจะขาดดุลการค้า 5.10 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. ลดลงจาก 5.307 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 3 ก.ย.คาดว่า จะอยู่ที่ 405,000 รายลดลงจาก 409,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้าโพลล์รอยเตอร์คาดว่า สต็อกน้ำมันดิบอาจลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล,สต็อกน้ำมันกลั่นอาจทรงตัว, สต็อกน้ำมันเบนซินอาจลดลง 1.7 ล้านบาร์เรลและอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันอาจลดลง 1.1%นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า สต็อกสินค้าภาคค้าส่งจะเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนก.ค. หลังเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนมิ.ย.

การวิเคราะห์ทางเทคนิค

ราคาทองคำมีแนวรับที่ 1,790 แนวต้านที่ 1,870 แนวโน้มระยะสั้นการ rebound น่าจะป็นเพียงช่วงสั้นๆ โดยราคาจะปรับลงต่อ โดยมีแนวโน้มจะเกิด Double top
ราคาโลหะเงินมีแนวรับที่ 40.8 และแนวต้านที่ 42.5 แนวโน้มระยะสั้นมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจาก CCI และ MACD, Stochastic คาดว่าจะปรับตัวขึ้นช่วงสั้นๆ


อบรมทุกวันอังคารและพฤหัส ที่ออฟฟิศอาคารจตุรัสจามจุรี ชั้น 12สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,

http://www.classicgoldfutures.co.th/
http://www.classicgold.co.th/
http://www.chiabsengheng.co.th/
http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgg
http://classicgoldfutures.blogspot.com/

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

ราคาเปิด ทองและเงิน วันที่ 08092011

ราคาเปิด Gold Futures 08092011
GFV11 26,460(-60)
GFZ11 26,820(-110)
GFG12 27,340(-100)
Supp 1,790 Resist 1,870
Bid
GoldSpot 1,835.89(+19.43)
Gold Traders 26,100(-100)
THB 29.99(+0.02)

ราคาเปิด Silver Futures 08092011
SVV11 1,275(+2)
SVZ11 (N/A)
SVG12 (N/A)
Supp 40.8 Resist 42.5
bid
SilverSpot 41.65(+0.13)
THB 29.99(+0.02)
EU/US 1.4059

อบรมทุกวันอังคารและพฤหัส ที่ออฟฟิศอาคารจตุรัสจามจุรี ชั้น 12สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,
http://www.classicgoldfutures.co.th/
http://www.classicgold.co.th/
http://www.chiabsengheng.co.th/
http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgg
http://classicgoldfutures.blogspot.com/

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคา ทองคำ และ เงิน วันที่ 8 กันยายน 2554 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคา ทองคำ และ เงิน วันที่ 8 กันยายน 2554 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)


ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานปิดลดลง 55.70 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 1,817.60 USDต่อออนซ์ ราคาทองคำปรับลดลงแรงจากแรงขายทำกำไร และการที่ศาลเยอรมันยกฟ้องรัฐบาลเยอรมันที่ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ประสบปัญหาหนี้ ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น และมีแรงขายทำกำไรทองคำออกมา


o ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานปิดลดลง 55.70 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 1,817.60 USDต่อออนซ์ โดยมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 1,793.80 – 1,883.20 USDต่อออนซ์ ราคาทองคำปรับลดลงแรงจากแรงขายทำกำไร และการที่ศาลเยอรมันยกฟ้องรัฐบาลเยอรมันที่ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ประสบปัญหาหนี้ โดยการให้ความช่วยเหลือในครั้งต่อไปต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา และต้องชี้แจงความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งตลาดหุ้นรับข่าวในทางบวก ทำให้ดัชนีหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ดัชนีตลาดหุ้นของเยอรมันเพิ่มขึ้น 4% ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปรับบวกขึ้น 2.47% ค่าเงินยูโรรีบาวนด์ขึ้น ส่วนค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น เมื่อตลาดคาดการณ์ในเชิงบวกต่อ การแถลงการณ์ของ ปธน.โอบาม่าเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินเพื่อการสร้างงาน โดยจะใช้จ่ายเพื่อสร้างสาธารณูปโภค เช่น ถนน สะพาน รวมถึงมาตรการลดภาษีเพื่อกระตุ้นการจ้างงาน

o ราคาทองคำในช่วงเช้าวันนี้ rebound ขึ้นมาเคลื่อนไหวอยู่เหนือ 1,830 USDต่อออนซ์ แสดงถึง ความต้องการทองคำยังมีมาก เมื่อราคาลดต่ำลงมีแรงซื้อกลับเข้ามา อย่างไรก็ตาม การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในคืนนี้ และการประกาศมาตรการกระตุ้นการจ้างงานของโอบาม่า (ในช่วงเช้าวันศุกร์ตามเวลาในประเทศไทย) อาจทำให้ตลาดหุ้นปรับขึ้นแรงต่อเนื่อง และนักลงทุนอาจลดการถือครองทองคำ นักลงทุนสังเกตการ rebound ถ้าไม่ผ่านบริเวณ 1,850 USD อาจลงต่อในคืนนี้ คาดว่า แนวต้านในวันนี้ที่บริเวณ 1,850/1,870 แนวรับบริเวณ 1,800/1,790 USDต่อออนซ์ แนะนำ Trading ในกรอบ 1,790 – 1,870

o ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งอยู่ที่ระดับ 1.407 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อยูโร


o ราคาน้ำมัน Nymex ปิดที่ 89.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับเพิ่ม 3.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากสหรัฐเปิดเผยว่า การผลิตน้ำมันที่โรงกลั่นในอ่าวเม็กซิโกถูกระงับลงประมาณ 60% เพราะได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุ "ลี"

o ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ปิดที่ 11,414.86 จุด ปรับเพิ่ม 275.56 จุด ขานรับข่าวที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนีมีคำสั่งยกฟ้องรัฐบาลเยอรมนีในข้อ หาจ่ายเงินสมทบมาตรการช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศต่างๆในยูโรโซน

o ราคา Silver ปิดลดลง 0.24 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 41.63 USDต่อออนซ์ โดยมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 40.39 – 42.28 USDต่อออนซ์ ราคา Silver ปรับลดลงเมื่อตลาดหุ้นปรับบวกขึ้น รับข่าวศาลเยอรมันยกฟ้อง iShares Silver Trust ซื้อโลหะเงินเพิ่มขึ้น 72.6 ตัน รวมถือโลหะเงินจำนวน 9,854.75 ตัน สำหรับวันนี้คาดว่า Silver มีแนวรับบริเวณ 40.8 แนวต้านบริเวณ 42.5 คำแนะนำ Trading ในกรอบ 40.8 – 42.5

o SPDR ถือครองทองคำจำนวนเท่าเดิม 1232.31 ตัน


แนวโน้มระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,790 - 1, 870 แนะนำ Trading ในกรอบ 1,790 - 1,870
แนวโน้มระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,750 -1950 ทยอยสะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว

อบรมทุกวันอังคารและพฤหัส ที่ออฟฟิศอาคารจตุรัสจามจุรี ชั้น 12สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,

http://www.classicgoldfutures.co.th/
http://www.classicgold.co.th/
http://www.chiabsengheng.co.th/
http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgg
http://classicgoldfutures.blogspot.com/

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคา ทองคำ และ เงิน วันที่ 7 กันยายน 2554 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคา ทองคำ และ เงิน วันที่ 7 กันยายน 2554 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ราคาทองคำมีแนวรับที่1,800 แนวต้านที่ 1,890 แนวโน้มระยะยาวราคายังคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อจากปัจจัยพื้นฐาน แต่ระยะสั้นอาจจะมีการปรับตัวลดลงปรับฐานคาดว่าจะลงต่อเพื่อหาแนวรับสำคัญที่จะเกิดการ rebound

คาดว่าปรับฐานระยะสั้น

ราคาทองคำในตลาดเอเชียเปิดตลาดตอนเช้าที่บริเวณ 1874 USDต่อออนซ์ โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 1813-1874 USDต่อออนซ์ หลังจากราคาทองที่พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันอังคาร และปรับตัวลดลงหลังทำ new high เหนือ 1,920 ดอลล์หลังจากสวิตเซอร์แลนด์ผูกติดค่าเงินฟรังก์สวิสกับยูโร โดยในช่วงต่อมามีการขายทำกำไรอย่างหนัก ทั้งนี้สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบ คาดว่าได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับ สกุลเงินหลักๆ ขณะที่ ยูโรพุ่งขึ้นเกือบ 10 % หลังจาก SNB กำหนดเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนไว้ที่ 1.20 ฟรังก์สวิสต่อยูโร และประกาศว่า SNB จะบังคับใช้เป้าหมายดังกล่าว โดยใช้ วิธีเข้าซื้อสกุลเงินต่างชาติอย่างไม่จำกัดจำนวน รวมทั้งประเด็นที่ดัชนีภาคบริการที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดของสหรัฐยังทำให้ความต้องการถือครอง ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยนั้น ลดน้อยลงด้วย

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นอีกรอบ เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนค่อนข้างมาก รวมถึงกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ยุโรป, การชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบสาม (QE3) ในเร็ววัน
ดัชนีภาคบริการเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ 53.3 ในเดือนส.ค. จาก 52.7 ในเดือนก.ค. และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่คาดไว้ที่ 51.0 ในเดือนส.ค. ภาคบริการของสหรัฐมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในเดือนส.ค. หลังจากชะลอการเติบโตลงเป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน อย่างไรก็ดี อัตราการ จ้างงานในภาคบริการได้ชะลอตัวลง และตอกย้ำความกังวลที่มีต่อตลาดการจ้างงาน นักวิเคราะห์กล่าวว่า การพุ่งขึ้นของดัชนี ISM ภาคบริการบ่งชี้ว่า ผู้บริโภคสามารถรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ดีเกินคาดในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว อย่างไรก็ดี การพุ่งขึ้นในครั้งนี้ไม่มากพอที่จะช่วยลดแรงกดดันต่อ ประธานาธิบดีบารัค โอบามาในการดำเนินมาตรการกระตุ้นการจ้างงาน โดยปธน.โอบามามีกำหนดจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการสร้างงานใหม่ในวันพฤหัสบดีนี้


สถานการณ์ด้านยุโรปแรงงานเริ่มหยุดงานประท้วงในอิตาลีเมื่อวันพุธ ขณะที่รัฐบาลของนายซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้รัฐสภาเห็นชอบมาตรการรัดเข็มขัด การประท้วงเพื่อคัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดวงเงิน 4.55 หมื่นล้านยูโรครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเริ่มอภิปรายในวุฒิสภา ซึ่งรัฐบาลคาดหวังว่าจะมีการเห็นชอบมาตรการรัดเข็มขัดอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเสนอมาตรการเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร

ศาลรัฐธรรมนูญของรัฐบาลกลางเยอรมนีในเมืองคาร์ลสรูห์จะประกาศคำตัดสินเรื่อง แผนช่วยเหลือที่เริ่มดำเนินการเมื่อปีที่แล้วในวันพุธนี้ โดยคาดว่าศาลมีแนวโน้มว่าจะยอมรับการมีส่วนร่วมของเยอรมนีในแผนช่วยเหลือประเทศที่มีปัญหาหนี้ในยุโรป โดยศาลมุ่งพิจารณาในประเด็นที่เกี่ยวกับสัดส่วนเงินสมทบของเยอรมนีในวงเงิน กู้ช่วยกรีซจำนวน 1.10 แสนล้านยูโร (1.55 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่ได้รับจากรัฐบาลยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) รวมถึงเงินทุนช่วยเหลือมูลค่า 7.50 แสนล้านยูโรอีกส่วนหนึ่ง โดยนางแมร์เคลกำลังเรียกร้องให้รัฐสภาเห็นชอบมาตรการใหม่ที่ผู้นำอียูได้ อนุมัติไปเมื่อวันที่ 21 ก.ค.

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในสหรัฐ วันพฤหัสบดี กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนก.ค. กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์วันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยข้อมูลสต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนก.ค.

การวิเคราะห์ทางเทคนิค

ราคาทองคำมีแนวรับที่1,800 แนวต้านที่ 1,890 แนวโน้มระยะยาวราคายังคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อจากปัจจัยพื้นฐาน แต่ระยะสั้นอาจจะมีการปรับตัวลดลงปรับฐานคาดว่าจะลงต่อเพื่อหาแนวรับสำคัญที่จะเกิดการ rebound
ราคาโลหะเงินมีแนวรับที่ 40.6 และแนวต้านที่ 42.7 ระยะสั้นอาจจะมีการปรับตัวลดลงปรับฐานแนวโน้มคาดว่าจะลงต่อเพื่อหาแนวรับสำคัญที่จะเกิดการ rebound

อบรมทุกวันอังคารและพฤหัส ที่ออฟฟิศอาคารจตุรัสจามจุรี ชั้น 12สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,
http://www.classicgoldfutures.co.th/
http://www.classicgold.co.th/
http://www.chiabsengheng.co.th/
http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgg
http://classicgoldfutures.blogspot.com/

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคา ทองคำ และ เงิน วันที่ 7 กันยายน 2554 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคา ทองคำ และ เงิน วันที่ 7 กันยายน 2554 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด


ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานปิดลดลง 3.60 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 1,873.30 USDต่อออนซ์ ราคาทองคำปรับลดลงจากแรงขายทำกำไร และการที่สวิสประกาศผูกติดค่าเงินฟรังค์ไว้กับเงินยูโร ทำให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้นมาก

o ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานปิดลดลง 3.60 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 1,873.30 USDต่อออนซ์ โดยมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 1,861.80 – 1,923.70 USDต่อออนซ์ ราคาทองคำปรับลดลงจากแรงขายทำกำไร และการที่สวิสประกาศผูกติดค่าเงินฟรังค์ไว้กับเงินยูโร ทำให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้นมาก เมื่อวานเกิดความผันผวนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากการที่ สวิสประกาศผูก (Peg) ค่าเงินสวิสไว้กับเงินยูโร เพื่อป้องกันการแข็งค่าของเงินฟรังค์ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเงินฟรังค์แข็งค่าขึ้นมาก จากการที่เงินยูโรและเงิน USD อ่อนค่าลง ทำให้นักลงทุนหันมาถือเงินสกุลวิสฟรังค์ในฐานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่อสวิสประกาศ peg เงินฟรังค์ไว้กับเงินยูโร ทำให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้นมาก และมีการเทขายทำกำไรทองคำออกมา โดยนักลงทุนคาดว่า ราคาทองคำอาจจะปรับลดลงในช่วงต่อไป ถ้าเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงมาก ความต้องการทองคำจะลดลงเหมือนกับสินทรัพย์อื่นๆ

o ภาพทางเทคนิคส่งสัญญาณ Bearish เมื่อ pattern ราคามีลักษณะเป็น double top และ RSI เป็น Bearish Divergence คาดว่า แนวโน้มราคาจะลงต่อ โดยมีแนวรับในระดับวันที่บริเวณ 1,850 USDต่อออนซ์และถัดไปที่ 1,820 แนะนำ รอเปิด Long บริเวณ 1,850/1,820 USDต่อออนซ์ คาดว่าวันนี้มีแนวต้านบริเวณ 1,890 USDต่อออนซ์

o ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศออกมาดีกว่าคาด ได้แก่ ISMภาคบริการเท่ากับ 53.3 ดีกว่า 52.7 ในเดือนก่อน และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 51.0

o ส่วนตัวเลขของยุโรปที่ประกาศออกมาแย่กว่าคาด ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าโรงงานของเยอรมัน ลดลงมาที่ระดับ -2.8% จากที่คาดการณ์ไว้ -1.4%


o ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนอย่างมาก เมื่อสวิสประกาศตรึงค่าเงินฟรังค์ไว้ที่ระดับ 1.2 ฟรังค์ต่อยูโร ทำให้ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น แต่ค่าเงินยูโรกลับมาอ่อนค่าลงจากการที่ธนาคารกลางยุโรปจะหยุดพักการใช้นโยบายการเงินเข้มงวด รวมถึงแรงกดดันต่อค่าเงินยูโรในกรณีที่ให้ความช่วยเหลือแก่กรีซล่าช้า ทำให้ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้นมาที่ระดับ 1.40 USDต่อยูโร

o ราคาน้ำมัน Nymex ปิดที่ 86.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับลด 0.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า ความอ่อนแอของเศรษฐกิจสหรัฐและสต็อกน้ำมันดิบที่สูงขึ้นกำลังสัญญาณว่า อุปสงค์พลังงานในสหรัฐกำลังชะลอตัวลงด้วย ( - )

o ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ปิดที่ 11,139.3 จุด ปรับลด 100.96 จุด เป็นการปิดลบติดต่อกัน 3 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่า ผู้นำยุโรปจะไม่สามารถควบคุมปัญหาหนี้สาธารณะในกลุ่มยูโรโซนได้ แต่ปรับตัวดีขึ้นติดลบน้อยลงเมื่อประกาศ ISM ภาคบริการออกมาดีกว่าคาด ( + )

o ราคา Silver ปิดลดลง 1.20 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 41.07 USDต่อออนซ์ โดยมีความเคลื่อนไหวระหว่าง 41.60 – 43.45 USDต่อออนซ์ ราคา Silver ปรับลดลงตามราคาโลหะพื้นฐาน iShares Silver Trust ถือโลหะเงินจำนวนเท่าเดิม 9,782.15 ตัน สำหรับวันนี้คาดว่า Silver มีแนวรับบริเวณ 41.1 แนวต้านบริเวณ 42.7 คำแนะนำ Trading ในกรอบ 41.1 – 42.7

o SPDR ถือครองทองคำจำนวนเท่าเดิม 1232.31 ตัน

แนวโน้มระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,850 - 1, 890 แนะนำ Trading ในกรอบ 1,850 - 1,890
แนวโน้มระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,800-1950 ทยอยสะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว

อบรมทุกวันอังคารและพฤหัส ที่ออฟฟิศอาคารจตุรัสจามจุรี ชั้น 12สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,
http://www.classicgoldfutures.co.th/
http://www.classicgold.co.th/
http://www.chiabsengheng.co.th/
http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgg
http://classicgoldfutures.blogspot.com/