สัปดาห์ที่ผ่านมา (30 ก.ย.-4 ต.ค.) ราคาทองคำปรับตัวลดลง 24.50 USDต่อออนซ์ (+1.83 %) มาปิดที่ 1,310.79 USDต่อออนซ์ มีความเคลื่อนไหวระหว่าง 1,278–1,343 USDต่อออนซ์ ราคาทองคำผันผวนค่อนข้างแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาทองคำปรับตัวลดลงไปทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,278 USDต่อออนซ์จากกระแสเก็งกำไรว่า กฎหมายงบประมาณน่าจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ราคาดีดกลับขึ้นมาอีกครั้งหลังพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตไม่มีท่าทีที่ประนีประนอมให้กัน โดยพรรครีพับลิกันเองนั้นต้องการที่จะเลื่อนการใช้ออกไปเป็นปีหน้า แต่ทางพรรคเดโมแครตนั้นยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ทำให้กฎหมายงบประมาณไม่สามารถผ่านร่างได้ทันเส้นตาย ส่งผลให้หน่วยงานของรัฐบางหน่วยงานต้องปิดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ซึ่งความขัดแย้งระหว่าง 2 พรรคการเมืองนั้นมีโอกาสลามไปถึงเรื่องของการขยายเพดานหนี้ที่มีเส้นตายในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ด้วย โดยประธานาธิปดี บารัค โอบาม่ายังคงปฏิเสธที่จะเจรจาใดๆร่วมกับพรรครีพับลิกันจนกว่าสภาล่างจะยอมผ่านกฎหมายงบประมาณฉุกเฉินเพื่อให้หน่วยงานรัฐบาลกลับมาเปิดทำการได้อีกครั้ง ซึ่งหากเหตุการณ์ยังยืดเยื้อออกไปอีกจะส่งผลบวกต่อราคาทองคำ ทำให้แนวโน้มในสัปดาห์นี้ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อไปในลักษณะ sideway up ต่อไปจนกว่าทั้งสองพรรคจะตกลงกันได้ แต่ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวลดลงทุกเมื่อหากสถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายลง
SPDR Gold Trust กองทุน ETF ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (30 ก.ย.-4 ต.ค.) ขายทองคำทั้งสิ้น 6 ตัน เป็นการขายสุทธิออกมาเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน รวมสถานะถือทองคำเมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ (4 ต.ค.) ทั้งสิ้น 899.99 ตัน โดยในวันจันทร์นี้ SPDR ไม่มีการซื้อขายเพิ่มเติม รวมสถานะถือทองคำจนถึงปัจจุบันนี้เท่ากับ 899.99 ตัน ในเดือนกันยายนี้ SPDR ขายทองคำออกมาสุทธิทั้งสิ้น 6 ตัน โดยในเดือนกันยายนและสิงหาคมที่ผ่านมา SPDR ขายทองคำออกมาสุทธิ 15.04 ตันและ 6.32 ตันตามลำดับ ขณะที่ยอดขายสุทธิของกองทุน SPDR ตั้งแต่ต้นปี 2013 จนถึงปัจจุบันขายสุทธิจำนวน 450.83 ตัน จากรายการการถือครองทองคำของ SPDR สังเกตได้ว่า sentiment การลงทุนทองคำยังคงเป็นเชิงลบถึงแม้ว่าราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นมา แต่ SPDR ยังขายทองคำออกมาอย่างต่อเนื่อง
รายงานการถือครองสถานะสัญญาล่วงหน้าทองคำในตลาด COMEX รายสัปดาห์ สิ้นสุด 1 ต.ค. เนื่องจากหน่วยงาน Commodity Futures Trading Commission (CFTC) ซึ่งทำหน้าที่รวบรวมรายการซื้อของของนักลงทุนเป็นรายกลุ่มปิดทำการชั่วคราวจึงไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนนี้ได้
ประเด็นที่ต้องติดตามในรอบสัปดาห์ ได้แก่
- รายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน(FOMC)
- รายงานนโยบายการเงินและมุมมองเศรษฐกิจ รายเดือน ของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
- รายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (BOJ)
- ประชุม IMF
- นายมาริโอ ดรากิ ประธาน ECB ปราศรัย
- นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น BOJ ปราศรัย
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่
- วันอังคาร ดัชนีธุรกิจขนาดเล็ก เดือน ก.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ต.ค. โดย IBD/TIPP
- วันพุธ ยอดสต็อกน้ำมัน รายสัปดาห์
- วันพฤหัสบดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือน ต.ค. โดย ม.มิชิแกน,
อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (เบื้องต้น) เดือน ต.ค. โดย ม.มิชิแกน
- วันศุกร์ ไม่มี
ภาพทางเทคนิคราคาทองคำรายสัปดาห์ (30 ก.ย.-4 ต.ค.) : ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบเส้น moving average 18 วันอีกครั้งหนึ่ง ประกอบกับเส้น macd line กำลังจะตัดขึ้นเหนือเส้น signal line ทำให้ระยะสั้นราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมองจาก Pattern ของราคาจะเห็นว่าราคาทองคำ Breakout ลงมาจากกรอบการเคลื่อนไหวระยะสั้นในวันที่ 1 ตุลาคม ก่อนจะปรับตัวขึ้นมาในวันต่อมา เกิด Pattern False Breakout ทำให้ราคาทองคำมีโอกาสที่จะเคลื่อนไหวในกรอบต่อไปในสัปดาห์นี้ สำหรับสัปดาห์นี้ให้แนวต้านระยะสัปดาห์ที่บริเวณ 1,340/1,352/1,375 และแนวรับระยะสัปดาห์ที่บริเวณ 1,310/1,295/1,280 แนะนำ trading ในกรอบ
อบรมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้นที่ 12
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,
http://www.classicgoldfutures.co.th
http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgf
https://plus.google.com/114919553661509313835/posts
http://web.stagram.com/n/classicgoldgroup/
http://classicgoldfutures.blogspot.com
Application search CLASSIC GOLD ทั้ง iPhone และ Android
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น