วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคา ทองคำ และ ซิลเวอร์ วันที่ 10 สิงหาคม 2555 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคา ทองคำ และ ซิลเวอร์ วันที่ 10 สิงหาคม 2555 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เริ่มอ่อนแรง

ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียที่ 1,612 USDต่อออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบ 1605 – 1613 ราคาทองคำมีแนวโน้มอ่อนตัวลงตั้งแต่เปิดตลาด จากตัวเลขเศรษฐกิจของจีนที่ออกมาไม่ดี โดยการส่งออกและการนำเข้าของจีนมีการขยายตัวต่ำกว่าคาดอย่างมากในเดือนก.ค. โดยได้รับผลกระทบจากภาวะชะลอตัวของประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำลง นอกจากนั้น ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันต่อเนื่อง เมื่อค่าเงินยูโรร่วงลงแรงในช่วงบ่ายวันนี้ จากข่าวลือที่ว่าแคว้น Catalonia ของสเปนออกมาขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง รวมถึง รัฐมนตรีเศรษฐกิจเยอรมันเตือนภาวะเสี่ยงเศรษฐกิจในประเทศ จากวิกฤติหนี้ยูโรโซน ตลอดจนตัวเลขเศรษฐกิจของยูโรโซนที่ประกาศออกมาส่งสัญญาณการชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาทองคำลงไปต่ำสุดที่ 1,605 อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำสามารถ rebound กลับขึ้นมาได้ จากแรงความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นในช่วงเดือนหน้า ทั้งนี้ ภาพทางเทคนิค เริ่มส่งสัญญาณลบ ดังนั้น ในคืนนี้ อาจพบการอ่อนตัวของราคาทองคำได้ โดยมีฐานรับสำคัญที่ 1,600 ขณะที่ราคาน้ำมันในวันนี้ก็อ่อนค่าลงเช่นกัน หลังจากโอเปกอาจปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกในปีหน้าลง 20% แต่ภาวะอุปทานน้ำมันดิบตึงตัวจากทะเลเหนือ และการคาดการณ์ว่าการผลิตในเดือนก.ย.จะลดลง 17% เนื่องจากการซ่อมบำรุงบ่อน้ำมัน Buzzard และการลดลงตามธรรมชาติ ช่วยพยุงราคาน้ำมันไว้ได้ในระดับหนึ่ง

การผลิตภาคอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสในเดือนมิ.ย.ไม่มีการขยายตัว หลังจากที่การผลิตหดตัวลง 2.1% ในเดือนพ.ค. ส่วนในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ภาคอุตสาหกรรมมีการผลิตลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก โดยมีปัจจัยถ่วงจากการผลิตในภาคการผลิต ซึ่งลดลง 1.2% จากไตรมาสแรก และร่วงลง 3.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ฝรั่งเศสมียอดขาดดุลงบประมาณ 5.67 หมื่นล้านยูโรในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ซึ่งลดลงจากที่ขาดดุล 6.13 หมื่นล้านยูโรในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2554 โดยยอดขาดดุลงบประมาณที่ลดลงดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราย ได้ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดเก็บภาษี โดยรายรับของรัฐบาลเพิ่มขึ้นเป็น 1.453 แสนล้านยูโรในช่วงดังกล่าว จากปีก่อนที่ 1.395 แสนล้านยูโร ส่วนรายจ่ายในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 1.852 แสนล้านยูโร เทียบกับ 1.791 แสนล้านยูโรในช่วงครึ่งแรกของปี 2554

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของอิตาลีในเดือนก.ค.ขยับขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.ที่ปรับขึ้น 0.2% และดีดตัวขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนก.ค.ปี 2554 ซึ่งเป็นผลมาจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานที่มีการควบคุม รวมถึงค่าขนส่ง อย่างไรก็ตาม อัตราการเพิ่มขึ้นในเดือนก.ค.ได้ชะลอลงจากเดือนมิ.ย. อันเนื่องมาจากการปรับตัวลงของราคาพลังงานที่ไม่มีการควบคุมและอาหารสด

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเยอรมนีในเดือนก.ค.ขยายตัว 0.4% เทียบกับเดือนมิ.ย.ที่ขยับลง 0.1% และหากเทียบกับช่วงเดือนก.ค.ปีก่อน CPI ดีดต้วขึ้น 1.7%

กระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีคาดว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีอาจขยายตัวปานกลางในไตรมาส 2 แต่ก็เผชิญกับ "ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ"ที่เกี่ยวข้องกับวิกฤติยูโรโซน "หลังจากที่เศรษฐกิจขยายตัวแข็งแกร่งในไตรมาสแรก แรงหนุนก็ได้แผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสภาวะชะลอตัวทั่วโลก นอกจากนั้น วิกฤติหนี้ของบางประเทศในยูโรโซนก็กำลังถ่วงเศรษฐกิจซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่นอน และความระมัดระวังในบริษัทต่างๆ ดังนั้น แนวโน้มเศรษฐกิจเยอรมนีจึงอยู่ในภาวะระมัดระวัง และมีความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ

จีนเผยยอดเกินดุลการค้าในเดือนก.ค.ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 2.51 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับระดับ 3.17 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. ส่วนการส่งออกในเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 1.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งชะลอลงหลังจากที่การส่งออกพุ่งขึ้น 11.3% ในเดือนมิ.ย. ด้านการนำเข้าปรับขึ้น 4.7% จากปีก่อน หลังจากดีดตัวขึ้น 6.3% ในเดือนมิ.ย.

หนี้รัฐบาลญี่ปุ่นพุ่งสูงสุดทำสถิติใหม่ที่ระดับ 976.19 ล้านล้านเยน (12.4 ล้านล้านดอลลาร์) ตั้งแต่สิ้นเดือนมี.ค. - สิ้นเดือนมิ.ย. บ่งชี้ว่าญี่ปุ่นประสบความลำบากในการหนุนสถานะการคลังของประเทศ ซึ่งถือว่ารุนแรงสุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้วรายอื่น


กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) อาจปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกในปีหน้าลง 20% โดยระบุถึงแนวโน้มที่ไม่ชัดเจนและผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ แม้ว่าโอเปกได้คงคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีหน้าจากที่คาดไว้ในเดือนที่แล้ว โดยระบุว่าอุปสงค์จะเพิ่มขึ้น 810,000 บาร์เรลต่อวันในปีหน้าแต่ก็มีการคาดการณ์ว่าปริมาณการใช้น้ำมันอาจจะต่ำกว่าตัวเลขดังกล่าว ความเสี่ยงในช่วงขาลงมีความเป็นไปได้มากขึ้นในการคาดการณ์มากกว่าแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
- 19:30 ดัชนีราคาสินค้านำเข้า รายเดือน
- 01:00 ดุลงบประมาณของ FED
การรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์หน้า (13-17 ส.ค.) มีดังนี้:
- วันอังคาร ยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค. ตัวเลขสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนมิ.ย.
- วันพุธ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค. ดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนส.ค. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิและปริมาณการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐของต่างชาติเดือนมิ.ย. ข้อมูลการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังผลิตเดือนก.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนส.ค. ตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

- วันพฤหัสบดี ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนก.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ แนวโน้มธุรกิจเดือนส.ค.
- วันศุกร์ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนส.ค. ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐเดือนก.ค.
ประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า แนวโน้มการขาดแคลนเงินทุนในการชำระหนี้ของกรีซ (20 ส.ค.) การเข้าตวรจกรีซของกลุ่มทรอยก้า (ต้นเดือน ก.ย.) การจะผ่อนคลายนโยบายการเงินของ ECB ในช่วงเดือนก.ย. มุมมองของตลาดที่มีต่อความอยู่รอดของประเทศในกลุ่ม PIIGS และผลกระทบจากวิกฤติหนี้ในกลุ่มประเทศเหล่านี้ที่มีต่อยูโรโซน การปรับลดอันดับเครดิตของสถาบันจัดอันดับเครดิต การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

ทองคำ จากภาพกราฟทางเทคนิค ราคาทองคำเริ่มส่งสัญญาณลบ เมื่อราคาขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,620 หลายครั้งแล้วไม่ผ่าน จึงมีแนวโน้มอ่อนตัวลง โดยมีฐานรับสำคัญที่บริเวณ 1,600/1,590 แนะนำ นักลงทุนรอจังหวะการเข้าซื้อ หากราคาสามารถยืนเหนือระดับ 1,600 อย่างแข็งแกร่ง สามารถเข้าเปิด Long ได้ เพื่อทำกำไรในระยะสั้นต่อในสัปดาห์หน้า โดยมีจุด Stop loss ที่บริเวณ 1,595 สำหรับคืนนี้ มีแนวต้านที่บริเวณ 1,612/1,620 และแนวรับที่บริเวณ 1,600/1,590 --- สำหรับสัปดาห์หน้า หากราคาในวันศุกร์นี้สามารถยืนเหนือ 1,600 ส่งผลบวกให้ราคามีโอกาสปรับขึ้นต่อ โดยมีแนวต้านแรกที่ 1,625 แต่หากปิดต่ำกว่า 1,600 ราคามีแนวโน้มอ่อนตัวต่อในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีฐานรับสำคัญแรกที่ 1,570/1,550 สำหรับแนวต้านในสัปดาห์หน้า 1,625 --- หากผ่าน รอทดสอบที่ 1,640/1,650 และแนวรับที่ 1,583 --- หลุด 1,583 รอรับที่ฐานใหม่ที่ 1,570/1,550

โลหะเงิน ให้แนวรับบริเวณ 27.8 / 27.5 ส่วนแนวต้านบริเวณ 28.3/ 28.5 แนะนำนักลงทุน Trading ในกรอบ 27.5 – 28.5

อบรมทุกวันอังคารและพฤหัส ที่ออฟฟิศอาคารจตุรัสจามจุรี ชั้น 12
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,
http://www.classicgoldfutures.co.th
http://www.classicgold.co.th
http://www.chiabsengheng.co.th
http://www.facebook....lassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgf
http://classicgoldfutures.blogspot.com
http://itunes.apple....d464234361?mt=8
https://plus.google....509313835/posts
https://market.andro...les.classicgold
http://web.stagram.com/n/ilovecgf/ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น