บทวิเคราะห์แนวโน้มราคา ทองคำ และ ซิลเวอร์ วันที่ 11 มกราคม 2555 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)
++ ราคาทองคำมีแนวต้านที่ 1,650/1,660 และแนวรับที่ 1,630/1,620 กราฟรายวัน ส่งสัญญาณบวก เมื่อ MA 9 วัน ตัดขึ้น และ MACD เป็นลบลดลง มีแนวโน้มขึ้นต่อได้ แต่อาจถูกขายทำกำไรในทุกๆ แนวต้าน โดยบริเวณ 1,645 เป็นแนวต้านสำคัญ หากยืนอยู่ได้ มีโอกาสขึ้นต่อได้อีก ที่บริเวณ 1,660/1,670 แนะนำ Trading ในกรอบ 1,620 – 1,660 นักลงทุนที่เปิด Short ไว้บริเวณ 1,640 หาจังหวะปิด Short ทำกำไรเมื่อราคาอ่อนตัวบริเวณ 1,630/1,620
จับตา 1,645 หากผ่านมีโอกาสไปต่อ
ราคาทองคำเปิดตอนเช้าตามเวลาตลาดเอเซีย วันที่ 11 ม.ค. อยู่ที่บริเวณ 1,637.47 USD ต่อออนซ์ โดยเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 1,635 – 1,647 USD ต่อออนซ์ ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ทั้งนี้ได้รับปัจจัยบวกจากตลาด Physical ในช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน นอกจากนี้ผู้บริโภคชาวอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีแนวโน้มซื้อทองคำตุนไว้ก่อนช่วงเทศกาลแต่งงานของชาวอินเดีย หลังจากราคาทองคำร่วงลงไปมากในช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังเป็นอีกปัจจัยหนุนราคาทองคำ สำหรับสถานการณ์ในยุโรป เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น เมื่อกรีซ ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกันเกี่ยวกับการสว็อปพันธบัตรเพื่อลดภาระหนี้ และธนาคารกลางยุโรป อาจมีการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ประเทศที่ประสบปัญหาวิกฤติหนี้ยุโรป ซึ่งส่งผลบวกต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม การประชุมของธนาคารกลางยุโรป และผลการประมูลพันธบัตรของอิตาลี และสเปน อาจกดดดันราคาทองคำในระยะกลางได้ โดยภาพทางเทคนิคในระยะสั้น เริ่มปรับตัวดีขึ้น เมื่อราคาทองคำสามารถยืนเหนือเส้น MA 200 และสามารถผ่าน High เดิมที่ 1,641 (21 ธ.ค.) คาดว่าราคาทองคำสามารถไปต่อได้ แต่อาจถูกขายทำกำไรในทุกๆ แนวต้าน โดยหากไม่หลุด 1,630/1,620 สามารถไปต่อได้อีกที่ 1,660/1,670
รัฐบาลกรีซและเจ้าหนี้เอกชนใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกันเกี่ยวกับการสว็อปพันธบัตรเพื่อลดภาระหนี้ของกรีซลงครึ่งหนึ่ง ขณะที่เจ้าหนี้ฝ่ายธนาคารพาณิชย์เรียกร้องให้มีการเพิ่มอัตราผลตอบแทน ถ้าหากเศรษฐกิจกรีซอยู่ในภาวะที่ดีขึ้นในอนาคต ทั้งนี้กรีซพยายามที่จะบรรลุข้อตกลงให้ได้โดยเร็ว เพื่อจะได้รับเงินช่วยเหลืองวดถัดไปจากประเทศอื่นๆในยูโรโซนและจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) เพราะถ้าหากกรีซไม่ได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าว ก็อาจจะผิดนัดชำระหนี้ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นเดือนที่พันธบัตรกรีซมูลค่า 1.45 หมื่นล้านยูโรครบกำหนดไถ่ถอน ขณะที่ เยอรมนีและฝรั่งเศสประกาศเตือนกรีซในวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า กรีซจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศอีก จนกว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับธนาคารเจ้าหนี้ในเรื่องการสว็อปพันธบัตร หลังจากการเจรจาอย่างตึงเครียด เจ้าหนี้ภาคธนาคารก็ได้ยื่นข้อเสนอชุดหนึ่งที่สอดคล้องกับกรอบการทำงานที่ตกลงกันไว้ในการประชุมสุดยอดผู้นำยูโรโซนในเดือนต.ค.2011 ภายใต้โครงการ "การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน" (PSI) นั้น เจ้าหนี้เอกชนสมัครใจที่จะลดมูลค่าพันธบัตรกรีซที่ตนเองถือครองไว้ลง 50 % เพื่อแลกกับเงินสดและพันธบัตรใหม่
ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) จะจัดการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (MPC) ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ (11 – 12 ม.ค.) โดยจะประกาศผลการประชุมในวันพรุ่งนี้ เวลา19.00 น.ตามเวลาไทย ขณะที่คาดว่า BOE จะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5 % ต่อไปจนถึงปี 2013 และยังคาดว่า BOE จะไม่ปรับเปลี่ยนมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE) ในวันพรุ่งนี้ ก่อนที่จะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งในเดือนก.พ. เมื่อ BOE สามารถคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น BOE เคยระบุในเดือนต.ค.2011 ว่า BOE จะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ 7.5 หมื่นล้านปอนด์ในช่วงเวลา 4 เดือนต่อมา หลังจากเข้าซื้อสินทรัพย์ไปแล้ว 2 แสนล้านปอนด์ในช่วงก่อนหน้านั้น ตัวเลขเศรษฐกิจที่ไร้ทิศทางในระยะนี้ทำให้เชื่อมั่นว่าBOE จะรอจนกว่าจะถึงเดือนก.พ. ก่อนที่จะอัดฉีดเม็ดเงินเพิ่มเติมเข้าสู่เศรษฐกิจ
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า เฟดจะส่งรายได้สุทธิของเฟดในปี 2011 ประมาณ 7.69 หมื่นล้านดอลลาร์เข้าสู่กระทรวงการคลัง ซึ่งตัวเลขรายได้ดังกล่าวลดลงจากระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 7.93 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2010 และส่วนใหญ่มาจากดอกเบี้ยหลักทรัพย์ที่อยู่ในพอร์ทการลงทุนมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ของเฟด ทั้งนี้ ในแต่ละปี เฟดจะนำส่งรายได้หลังหักลบต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆให้กับกระทรวงการคลัง
การประชุม และตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
- ธนาคารกลางอังกฤษประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) วันแรก
- 22.30 น. สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ(EIA) เปิดเผย ตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
++ ราคาทองคำมีแนวต้านที่ 1,650/1,660 และแนวรับที่ 1,630/1,620 กราฟรายวัน ส่งสัญญาณบวก เมื่อ MA 9 วัน ตัดขึ้น และ MACD เป็นลบลดลง มีแนวโน้มขึ้นต่อได้ แต่อาจถูกขายทำกำไรในทุกๆ แนวต้าน โดยบริเวณ 1,645 เป็นแนวต้านสำคัญ หากยืนอยู่ได้ มีโอกาสขึ้นต่อได้อีก ที่บริเวณ 1,660/1,670 แนะนำ Trading ในกรอบ 1,620 – 1,660 นักลงทุนที่เปิด Short ไว้บริเวณ 1,640 หาจังหวะปิด Short ทำกำไรเมื่อราคาอ่อนตัวบริเวณ 1,630/1,620
++ ราคาโลหะเงินมีแนวรับบริเวณ 29.0/28.2 แนวต้านบริเวณ 30.4 แนะนำนักลงทุนระยะสั้น Trading ในกรอบ 28.2 – 30.4 ส่วนนักลงทุนระยะกลางรอเปิด Short เมื่อราคาเด้งขึ้นสู่แนวต้าน โดยมีเป้าหมายทำกำไรบริเวณ แนวรับ 29.0
อบรมทุกวันอังคารและพฤหัส ที่ออฟฟิศอาคารจตุรัสจามจุรี ชั้น 12
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,http://www.classicgoldfutures.co.th
http://www.classicgold.co.th
http://www.chiabsengheng.co.th
http://www.facebook....lassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgf
http://classicgoldfutures.blogspot.com
http://itunes.apple....d464234361?mt=8 https://plus.google....509313835/posts https://market.andro...les.classicgold
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น